Control Valve คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และส่วนประกอบของคอนโทรลวาล์ว

Control Valve คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และส่วนประกอบของคอนโทรลวาล์ว

Control Valve (คอนโทรลวาล์ว) คืออุปกรณ์สำคัญในระบบควบคุมอัตโนมัติของโรงงานอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เป็น Final Control Element หรืออุปกรณ์ควบคุมตัวสุดท้ายของระบบ เพื่อปรับค่าตัวแปรในกระบวนการผลิต เช่น

  • อัตราการไหล (Flow)
  • ความดัน (Pressure)
  • ระดับ (Level)
  • อุณหภูมิ (Temperature)

ให้เป็นไปตามค่าที่ต้องการ

ในระบบควบคุมอัตโนมัติ ค่า Process Variable ที่วัดได้จาก เครื่องมือวัด (Sensor / Transmitter) จะถูกส่งไปยัง Controller เพื่อประมวลผล จากนั้น Controller จะส่งสัญญาณควบคุมไปยัง Control Valve เพื่อปรับระดับการเปิดวาล์วให้เหมาะสมกับกระบวนการ

ความแตกต่างสำคัญจาก Manual Valve คือ Control Valve สามารถรับสัญญาณควบคุมจากระบบอัตโนมัติได้ ไม่ต้องใช้แรงคนในการเปิด-ปิด


การจัดกลุ่มวาล์วตามลักษณะการเปิด–ปิด

โดยทั่วไปวาล์วสามารถแบ่งตามลักษณะการทำงานได้ 2 ประเภทหลัก

1. Shut-off Valves

เป็นวาล์วที่ทำหน้าที่เพียง

  • เปิด (Open)
  • ปิด (Close)

เท่านั้น ไม่สามารถควบคุมอัตราการไหลแบบละเอียดได้

ตัวอย่างเช่น

  • Gate Valve
  • Ball Valve

2. Control Valves

วาล์วประเภทนี้สามารถปรับระดับการเปิดได้ตั้งแต่

0 – 100 %

ทำให้สามารถควบคุม อัตราการไหลของของไหลในกระบวนการผลิตได้อย่างแม่นยำ

จึงถูกใช้งานในระบบ Process Control ในโรงงานอุตสาหกรรม


ส่วนประกอบของ Control Valve

โดยทั่วไป Control Valve จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

1️⃣ Valve Body
2️⃣ Actuator
3️⃣ Positioner


1. Valve Body (ตัววาล์ว)

Valve Body คือส่วนของวาล์วที่ สัมผัสกับของไหลโดยตรง ภายในจะมี Valve Plug หรือ Disc ทำหน้าที่เปิด-ปิดหรือควบคุมการไหลของของไหล

Valve Body มีหลายประเภท เช่น

  • Gate Valve
  • Globe Valve
  • Butterfly Valve
  • Ball Valve

Gate Valve (เกทวาล์ว)

Gate Valve เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับ เปิด-ปิดการไหลของของเหลวในท่อ

หลักการทำงานคือ การเลื่อนแผ่นลิ้นวาล์วขึ้นหรือลงเพื่อเปิดหรือปิดทางไหล ลักษณะคล้าย ประตูกั้นน้ำ จึงมักถูกเรียกว่า “วาล์วประตูน้ำ”

ข้อดี

  • แรงต้านการไหลต่ำเมื่อเปิดสุด
  • ใช้ได้กับของไหลหลายประเภท
  • ราคาไม่สูง
  • มีหลายขนาดให้เลือก

ข้อควรระวัง

หากเปิดวาล์วไม่สุด อาจทำให้ลิ้นวาล์วได้รับแรงดันของไหลโดยตรง และเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติ


Globe Valve (โกลบวาล์ว)

Globe Valve เป็นวาล์วที่นิยมใช้สำหรับ ควบคุมอัตราการไหลของของเหลว

ลักษณะการทำงานคือ ลิ้นวาล์วจะเคลื่อนที่ขึ้น-ลงเข้าหาบ่าวาล์ว ทำให้สามารถปรับปริมาณการไหลได้อย่างละเอียด

จุดเด่นของ Globe Valve

  • ควบคุมการไหลได้ดี
  • ปรับเพิ่ม-ลดการไหลได้ละเอียด
  • ทนต่อการใช้งานเปิด-ปิดบ่อย

วัสดุที่ใช้ผลิต เช่น

  • ทองเหลือง
  • เหล็กหล่อ
  • เหล็กเหนียว
  • โลหะผสมทนการกัดกร่อน

Butterfly Valve (บัตเตอร์ฟลายวาล์ว)

Butterfly Valve หรือ วาล์วปีกผีเสื้อ เป็นวาล์วที่ใช้ จานวาล์ว (Disc) ในการควบคุมการไหล โดยจานจะหมุนตามแกนก้านวาล์วสามารถหมุนเปิด-ปิดได้ประมาณ 90 องศา

ข้อดี

  • โครงสร้างไม่ซับซ้อน
  • น้ำหนักเบา
  • บำรุงรักษาง่าย
  • ราคาประหยัด

นิยมใช้ในระบบท่อขนาดใหญ่ เช่น

  • ระบบน้ำอุตสาหกรรม
  • ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ระบบน้ำหล่อเย็น
  • ระบบท่ออากาศ

Ball Valve (บอลวาล์ว)

Ball Valve เป็นวาล์วที่ใช้ลูกบอลเจาะรูตรงกลางในการควบคุมการไหลของของเหลว เมื่อหมุนวาล์ว 90 องศา รูในลูกบอลจะตรงกับท่อ ทำให้ของไหลสามารถผ่านได้

จุดเด่นของ Ball Valve

  • ปิดการไหลได้สนิท
  • เปิด-ปิดรวดเร็ว
  • โครงสร้างแข็งแรง
  • ควบคุมง่าย

วัสดุที่นิยมใช้ เช่น

  • ทองเหลือง
  • สแตนเลส
  • เหล็ก
  • PVC

มักใช้ใน ระบบท่อน้ำทั่วไป


Actuator (หัวขับวาล์ว)

Actuator คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ สร้างแรงขับให้วาล์วเปิด-ปิดอัตโนมัติ แทนการหมุนด้วยมือ

ประเภทของ Actuator ที่พบได้บ่อย ได้แก่

1. Diaphragm Actuator

ใช้แรงดันลมดันแผ่นไดอะแฟรมเพื่อควบคุมตำแหน่งวาล์ว

2. Electric Actuator

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการควบคุมวาล์ว

3. Piston Actuator

ใช้กระบอกสูบลมเพื่อสร้างแรงขับที่สูง

การเลือก Actuator ต้องพิจารณา

  • ขนาดวาล์ว
  • แรงที่ต้องใช้
  • ประเภทของกระบวนการ

Positioner คืออะไร

Positioner เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ Control Valve สามารถควบคุมตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ

หน้าที่หลักคือ

  • รับสัญญาณจาก Controller
  • แปลงสัญญาณให้เป็นแรงดันลม
  • ควบคุมตำแหน่งการเปิดของวาล์ว

ในระบบที่ใช้สัญญาณไฟฟ้า แต่ควบคุมวาล์วด้วยลม จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า

I/P Converter (Current to Pressure)

ทำหน้าที่แปลงสัญญาณ

4-20 mA → สัญญาณลม

เพื่อควบคุม Control Valve


สัญลักษณ์วาล์วในแบบ P&ID

ในแบบ P&ID (Piping and Instrumentation Diagram) จะมีสัญลักษณ์เฉพาะสำหรับวาล์วและคอนโทรลวาล์ว เพื่อใช้แสดงตำแหน่งและชนิดของวาล์วในระบบท่อของโรงงาน

การอ่านแบบ P&ID เป็นทักษะสำคัญสำหรับ

  • วิศวกรเครื่องมือวัด
  • ช่าง Instrument
  • วิศวกรกระบวนการ

สรุป

Control Valve เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบ Automation และ Process Control ของโรงงานอุตสาหกรรม เพราะช่วยควบคุมตัวแปรในกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามค่าที่ต้องการ โดยทำงานร่วมกับ

  • Sensor / Transmitter
  • Controller
  • Actuator
  • Positioner

ความเข้าใจในหลักการทำงานของ Control Valve จะช่วยให้สามารถออกแบบ ดูแล และแก้ไขปัญหาระบบควบคุมในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Scroll to Top