รวมคำศัพท์ สำหรับ Instrument and control system

Browse keyword A-Z : A | B | C | D | E | F | G | H | I | J | K | L | M | N | O | P | Q | R | S | T | U | V | W | X | Y | Z

ABSOLUTE (DYNAMIC) VISCOSITY (μ) — ความหนืดสัมบูรณ์

Absolute Viscosity หรือ Dynamic Viscosity คือค่าคงที่ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงเฉือน (Shear Stress) ที่กระทำต่อของไหล กับอัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็วของการไหลแบบเฉือน (Shear Velocity หรือ Velocity Gradient) ตามสมมติฐานของ Newton หรือ Newton’s Law of Viscosity ค่านี้ใช้บ่งบอกความต้านทานการไหลภายในของของเหลว กล่าวคือ หากของไหลมีค่าความหนืดสูง จะต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อทำให้ของไหลเคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น น้ำมันหล่อลื่นจะมีค่าความหนืดสูงกว่าน้ำ ในงานด้าน Instrumentation และ Process Engineering ค่าความหนืดมีผลต่อการเลือกปั๊ม การออกแบบระบบท่อ การคำนวณอัตราการไหล และประสิทธิภาพของระบบถ่ายเทความร้อน


ABSORBANCE (A) — ค่าการดูดกลืนพลังงานรังสี

Absorbance คืออัตราส่วนของพลังงานรังสี (Radiant Energy) ที่วัตถุดูดกลืนไว้ เทียบกับพลังงานที่ Blackbody จะดูดกลืนได้ที่อุณหภูมิเดียวกัน โดยในสภาวะที่อุณหภูมิของวัตถุคงที่ ค่า Absorbance จะมีค่าเท่ากับค่า Emittance ตามหลักสมดุลทางความร้อน ความสัมพันธ์ของค่าดังกล่าวสามารถแสดงได้จากสมการ A = 1 − R − T โดยที่ R คือ Reflectance หรือค่าการสะท้อน และ T คือ Transmittance หรือค่าการส่งผ่านของพลังงานรังสี หลักการนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด ระบบ Optical Measurement และเครื่องมือวิเคราะห์ทางสเปกโตรสโกปี


ABSORPTION — การดูดซึม

Absorption คือกระบวนการที่ของไหล เช่น ของเหลวหรือก๊าซ ถูกดูดซึมเข้าไปภายในช่องว่างหรือโพรงของวัสดุของแข็ง จนเข้าไปอยู่ภายในเนื้อวัสดุนั้น กระบวนการนี้แตกต่างจาก Adsorption ซึ่งเป็นเพียงการยึดเกาะที่ผิววัสดุเท่านั้น ตัวอย่างของ Absorption ที่พบได้ในอุตสาหกรรม เช่น การดูดซับน้ำของฟองน้ำ การดูดซึมสารเคมีเข้าสู่ตัวกลาง หรือการดูดซับก๊าซในกระบวนการทางเคมีและระบบบำบัด


ACCUMULATION — ความดันสะสม

Accumulation คือค่าความดันที่เพิ่มสูงเกินจาก Maximum Allowable Working Pressure (MAWP) ของถังหรือภาชนะความดัน ขณะที่ Pressure Relief Valve หรือ Safety Valve กำลังทำการระบายแรงดันออกจากระบบ ค่านี้มักแสดงในรูปเปอร์เซ็นต์ของ MAWP หรือแสดงเป็นหน่วยความดัน เช่น bar หรือ psi โดยทั่วไป แม้ว่าวาล์วนิรภัยจะเริ่มเปิดแล้ว แต่ในช่วงที่ระบบยังคงรับพลังงานหรือมวลสารเข้าสู่ระบบ ความดันอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ชั่วคราว ซึ่งค่าความดันส่วนที่เกินนี้เรียกว่า Accumulation การกำหนดค่า Accumulation เป็นข้อสำคัญในการออกแบบระบบป้องกันแรงดันเกินตามมาตรฐานความปลอดภัยของภาชนะรับแรงดันและระบบ Process


ADMITTANCE (A) — แอดมิตแตนซ์

Admittance คือค่ากลับกันของ Impedance ในวงจรไฟฟ้า โดยใช้แสดงความสามารถของวงจรในการยอมให้กระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ไหลผ่าน ค่า Admittance ของวงจร AC มีลักษณะเทียบได้กับ Conductance ของวงจร DC และมีหน่วยเป็น Siemens (S) หากค่า Admittance สูง หมายถึงวงจรมีความต้านทานต่อการไหลของกระแสต่ำ ในงาน Instrumentation และระบบควบคุม ค่า Admittance ถูกใช้ในการวิเคราะห์วงจรสัญญาณ AC การออกแบบระบบสื่อสาร และการคำนวณโหลดทางไฟฟ้า


ADSORPTION — การยึดเกาะที่ผิว

Adsorption คือกระบวนการที่โมเลกุลของของไหล เช่น ก๊าซหรือของเหลว ไปยึดเกาะอยู่บนพื้นผิวของของแข็งในลักษณะเป็นชั้นบางมาก โดยไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุ แตกต่างจาก Absorption ซึ่งเป็นการดูดซึมเข้าไปภายในวัสดุ กระบวนการ Adsorption มีบทบาทสำคัญในระบบกรองและระบบบำบัดต่างๆ เช่น การใช้ Activated Carbon เพื่อดูดจับกลิ่น สารอินทรีย์ หรือก๊าซปนเปื้อนในอากาศและน้ำ


ALPHA CURVE — กราฟอัลฟาของ RTD

Alpha Curve คือความสัมพันธ์ระหว่างค่าความต้านทานไฟฟ้าของ RTD (Resistance Temperature Detector) กับอุณหภูมิ โดยค่า Alpha จะเป็นตัวกำหนดอัตราการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หน่วยเป็น Ω/°C สำหรับมาตรฐานยุโรป ค่า Alpha จะเท่ากับ 0.00385 Ω/°C ส่วนมาตรฐานอเมริกาจะใช้ค่า 0.00392 Ω/°C ค่า Alpha มีผลโดยตรงต่อความแม่นยำและลักษณะการตอบสนองของ RTD ดังนั้นจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกใช้งาน การคาลิเบรต และการออกแบบระบบวัดอุณหภูมิในงาน Instrumentation


AMPACITY — ความสามารถในการรองรับกระแสของตัวนำ

Ampacity คือค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดที่สายไฟหรือระบบตัวนำสามารถรองรับได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่อุณหภูมิของตัวนำไม่เกินค่าพิกัดที่กำหนดไว้สำหรับลักษณะการติดตั้งและการใช้งานนั้นๆ หากมีกระแสไหลเกินค่า Ampacity จะทำให้สายไฟเกิดความร้อนสูง ส่งผลให้ฉนวนเสื่อมสภาพและอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายจากไฟฟ้าได้ การคำนวณ Ampacity จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกขนาดสายไฟ อุปกรณ์ป้องกัน และการออกแบบระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม


AMPEROMETRIC TITRATION — การไทเทรตแบบแอมเพอโรเมตริก

Amperometric Titration คือการไทเทรตที่ใช้การวัดค่ากระแสไฟฟ้า (Current หรือ Amperage) ที่ไหลผ่านสารละลายภายใต้แรงดันไฟฟ้าคงที่ เพื่อใช้ในการหาจุดสิ้นสุดของปฏิกิริยา (End Point) ระหว่างการไทเทรต เมื่อปริมาณสารทำปฏิกิริยาถึงจุดสมดุล กระแสไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทำให้สามารถระบุจุด End Point ได้อย่างแม่นยำ วิธีนี้นิยมใช้ในการวิเคราะห์ทางเคมีที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การวิเคราะห์คลอรีน โลหะหนัก หรือสารละลายเฉพาะทางในห้องปฏิบัติการและระบบ Analyzer


AMPEROMETRY — การวัดแบบแอมเพอโรเมตรี

Amperometry คือกระบวนการวิเคราะห์ที่อาศัยการวัดกระแสไฟฟ้าระหว่าง Working Electrode และ Auxiliary Electrode ภายใต้สภาวะแรงดันไฟฟ้าคงที่ โดยค่ากระแสที่วัดได้จะเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของสารที่ต้องการวิเคราะห์ ในบางระบบจะตรวจวัดกระแสตามเวลาระหว่างการเกิดปฏิกิริยา ขณะที่บางระบบจะวัดตามปริมาณสารรีเอเจนต์ที่เติมเข้าไปจนถึงจุด End Point ตามหลักสโตอิชิโอเมตรี วิธีนี้เรียกอีกชื่อว่า Constant Potential Voltammetry และถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องมือวิเคราะห์ออนไลน์ เช่น Chlorine Analyzer, Dissolved Oxygen Analyzer และระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำในกระบวนการอุตสาหกรรม


APPARENT VISCOSITY — ความหนืดปรากฏ

Apparent Viscosity คือค่าความหนืดของของไหลประเภท Non-Newtonian Fluid ภายใต้สภาวะการไหลหรือเงื่อนไขที่กำหนด เนื่องจากของไหลประเภทนี้มีค่าความหนืดที่เปลี่ยนแปลงตามอัตราเฉือน (Shear Rate) จึงไม่สามารถกำหนดค่าความหนืดคงที่ได้เหมือนของไหลแบบ Newtonian ดังนั้นค่า Apparent Viscosity จึงเป็นค่าความหนืดที่วัดได้ ณ สภาวะการใช้งานจริงในขณะนั้น และมักใช้แทนคำว่า Consistency ตัวอย่างของของไหลประเภทนี้ ได้แก่ สี น้ำเชื่อม Slurry หรือของเหลวที่มีความหนืดเปลี่ยนไปเมื่อถูกกวนหรือสูบ ในงาน Process และ Instrumentation ค่านี้มีผลต่อการเลือกปั๊ม การคำนวณการไหล และการออกแบบระบบท่อ


ATTENUATION — การลดทอนสัญญาณ

Attenuation คือการสูญเสียหรือการลดลงของความแรงสัญญาณระหว่างการส่งผ่านข้อมูลหรือพลังงานในระบบสื่อสาร โดยสัญญาณอาจอ่อนลงเนื่องจากความต้านทานของสายส่ง การสูญเสียพลังงานในตัวกลาง หรือผลกระทบจากสัญญาณรบกวน (Noise) ค่านี้มีความสำคัญอย่างมากในระบบ Communication, Instrument Signal และระบบเครือข่ายอุตสาหกรรม เช่น Fiber Optic, Ethernet และระบบส่งสัญญาณ 4–20 mA หากเกิด Attenuation สูงเกินไป อาจทำให้คุณภาพของสัญญาณลดลง การสื่อสารผิดพลาด หรือค่าที่วัดได้จากเครื่องมือวัดเกิดความคลาดเคลื่อน


BACKPLANE — แบ็กเพลน

Backplane คือโครงสร้างหรือแผงวงจรที่ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างโมดูลหรืออุปกรณ์ต่างๆ ภายใน Chassis หรือ Rack เดียวกัน โดยทำหน้าที่กระจายทั้งสัญญาณข้อมูล (Data Bus) และไฟเลี้ยง (Power Bus) ไปยังอุปกรณ์แต่ละตัว ในระบบ Instrumentation และ Control System เช่น PLC, DCS หรือ Computer-Based Control System โมดูล Input/Output, CPU และ Communication Module จะเชื่อมต่อผ่าน Backplane เพื่อให้สามารถสื่อสารและรับส่งข้อมูลร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ความสมบูรณ์ของ Backplane มีผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบควบคุม


BACKPRESSURE — แรงดันย้อนกลับ

Backpressure คือแรงดันที่เกิดขึ้นทางด้านทางออก (Discharge Side) ของ Pressure Relief Valve หรือ Safety Relief Valve โดยค่าของ Backpressure เป็นผลรวมของ Superimposed Backpressure และ Built-up Backpressure ซึ่ง Superimposed Backpressure คือแรงดันที่มีอยู่ในท่อระบายด้าน Outlet ขณะที่วาล์วยังไม่เปิดทำงาน ส่วน Built-up Backpressure คือแรงดันที่เพิ่มขึ้นระหว่างที่วาล์วกำลังระบายของไหลออกจากระบบ ค่า Backpressure มีผลต่อคุณลักษณะการทำงานของ Relief Valve เช่น Set Pressure, Blowdown และความสามารถในการระบาย (Capacity) ดังนั้นในการออกแบบระบบ Relief และ Vent System จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบของ Backpressure เพื่อให้ระบบป้องกันแรงดันเกินทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย


BALANCED SAFETY RELIEF VALVE — วาล์วนิรภัยแบบบาลานซ์

Balanced Safety Relief Valve คือวาล์วนิรภัยที่ออกแบบให้ส่วน Bonnet ระบายสู่บรรยากาศ เพื่อช่วยลดผลกระทบของ Backpressure ที่มีต่อการทำงานของวาล์ว เมื่อเทียบกับ Conventional Relief Valve แล้ว วาล์วชนิดนี้จะได้รับผลกระทบจากแรงดันย้อนกลับน้อยกว่า ทั้งในด้านค่า Set Pressure, Blowdown และความสามารถในการระบาย (Capacity) จึงเหมาะสำหรับระบบที่มี Backpressure สูงหรือมีแรงดันด้าน Outlet เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยทั่วไป Balanced Safety Relief Valve มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบ Balancing Piston, แบบ Balancing Bellows และแบบ Balancing Bellows ร่วมกับ Auxiliary Balancing Piston ซึ่งการเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับลักษณะของกระบวนการและสภาวะของระบบระบายแรงดัน


BALLING DEGREES — หน่วยบอลลิง

Balling Degrees เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ของสารละลายที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเบียร์และอุตสาหกรรมน้ำตาล โดยค่าดังกล่าวใช้ประมาณปริมาณน้ำตาลที่ละลายอยู่ในของเหลว ยิ่งค่า Balling สูง แสดงว่ามีปริมาณน้ำตาลหรือของแข็งละลายอยู่มาก หลักการนี้ถูกนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพ การหมัก และการตรวจสอบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม


BALUN (BALANCED / UNBALANCED) — บาลัน

Balun เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปรับหรือแมตช์คุณลักษณะทางไฟฟ้าระหว่างระบบสายสัญญาณแบบ Balanced และ Unbalanced เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบ Balanced จะมีสัญญาณสองเส้นที่มีศักย์สมดุลกัน ส่วนระบบ Unbalanced จะมีสายสัญญาณอ้างอิงกับกราวด์ ตัวอย่างการใช้งาน Balun พบได้ในระบบ RF, ระบบเสาอากาศ, ระบบสื่อสาร และระบบส่งสัญญาณความถี่สูง ซึ่งช่วยลดการสูญเสียสัญญาณและลดสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งข้อมูล


BANDPASS FILTER — ตัวกรองผ่านย่านความถี่

Bandpass Filter คือฟิลเตอร์ที่ออกแบบให้ยอมให้เฉพาะสัญญาณหรือคลื่นในช่วงความถี่หรือช่วงความยาวคลื่นที่กำหนดผ่านไปได้ ขณะที่ความถี่หรือความยาวคลื่นนอกช่วงจะถูกลดทอนหรือปิดกั้น ฟิลเตอร์ชนิดนี้สามารถใช้ได้ทั้งในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสื่อสาร และระบบตรวจวัดทางแสง (Optical Detection) เช่น ในเครื่องมือวิเคราะห์สเปกตรัมหรือเซ็นเซอร์ตรวจจับแสง ซึ่งต้องการเลือกเฉพาะช่วงคลื่นที่เกี่ยวข้องกับการวัด เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดผลกระทบจากสัญญาณรบกวนหรือคลื่นที่ไม่ต้องการ


BANDWIDTH — แบนด์วิดท์

Bandwidth คือความสามารถในการรองรับหรือส่งผ่านข้อมูลของระบบสื่อสาร โดยอธิบายได้ทั้งในแง่ของช่วงความถี่ (Frequency Range) ที่สามารถใช้ส่งสัญญาณได้ และในแง่ของปริมาณข้อมูลสูงสุดที่เครือข่ายหรือระบบสื่อสารสามารถรับส่งได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ในระบบ Instrumentation และ Industrial Network ค่า Bandwidth มีผลโดยตรงต่อความเร็วในการสื่อสารข้อมูล ความสามารถในการรองรับอุปกรณ์หลายตัว และประสิทธิภาพของระบบควบคุม ตัวอย่างเช่น ระบบ Ethernet หรือ Fieldbus ที่มี Bandwidth สูง จะสามารถส่งข้อมูล Process, Alarm และ Diagnostic ได้รวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น


BARKOMETER DEGREES — หน่วยบาร์โคมิเตอร์

Barkometer Degrees เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง (Tanning Industry) โดยใช้สำหรับวัดความเข้มข้นของสารละลายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกหนัง เช่น สารแทนนินหรือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ค่า Barkometer ช่วยควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิตหนังในเชิงอุตสาหกรรม


BASEBAND — การสื่อสารแบบเบสแบนด์

Baseband คือเทคนิคการสื่อสารที่ใช้ Carrier Frequency เพียงความถี่เดียวในการส่งสัญญาณ และในช่วงเวลาหนึ่งจะส่งข้อมูลได้เพียงหนึ่งสัญญาณเท่านั้น ระบบ Ethernet แบบดั้งเดิมถือเป็นตัวอย่างของเครือข่ายแบบ Baseband หลักการนี้มักถูกเรียกว่า Narrowband และแตกต่างจาก Broadband ซึ่งสามารถส่งหลายสัญญาณพร้อมกันได้ ระบบ Baseband มีข้อดีด้านความเรียบง่ายของโครงสร้างและการจัดการสัญญาณ จึงนิยมใช้ในระบบเครือข่ายอุตสาหกรรมและระบบสื่อสารภายในโรงงาน


BAUMÉ DEGREES — หน่วยโบเม่

Baumé Degrees เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมกรดและอุตสาหกรรมน้ำเชื่อม โดยใช้สำหรับประมาณความเข้มข้นของสารละลายจากค่าความหนาแน่นของของเหลว ค่า Baumé ถูกใช้อย่างแพร่หลายในกระบวนการผลิตทางเคมีและอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์


BLACKBODY — วัตถุดำสมบูรณ์

Blackbody คือวัตถุสมมุติที่สามารถดูดกลืนพลังงานรังสีทุกชนิดที่ตกกระทบได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีการสะท้อนหรือส่งผ่านพลังงานออกไป นอกจากจะเป็นตัวดูดกลืนที่สมบูรณ์แล้ว Blackbody ยังเป็นตัวแผ่รังสีที่สมบูรณ์เช่นกัน ดังนั้นค่าการดูดกลืนพลังงาน (Absorbance) และค่าการแผ่รังสี (Emissivity) ของ Blackbody จะมีค่าเท่ากับ 1 เสมอ พลังงานรังสีที่ Blackbody แผ่ออกมาจะมีการกระจายตัวของสเปกตรัมและความเข้มที่สามารถคำนวณได้จากอุณหภูมิสัมบูรณ์ของวัตถุ หลักการนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบ Radiation Thermometer และ Infrared Pyrometer ในงาน Instrumentation


BLOWDOWN (BLOWBACK) — ค่าโบลดาวน์

Blowdown หรือ Blowback คือค่าความแตกต่างระหว่าง Set Pressure และ Reseating Pressure ของ Pressure Relief Valve หรือ Safety Valve โดย Reseating Pressure คือค่าความดันที่วาล์วปิดกลับหลังจากทำการระบายแรงดันแล้ว ค่า Blowdown มักแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของ Set Pressure หรือแสดงในหน่วยแรงดัน เช่น bar หรือ psi ค่านี้มีความสำคัญต่อเสถียรภาพการทำงานของวาล์วนิรภัย เพราะช่วยป้องกันไม่ให้วาล์วเปิด–ปิดถี่เกินไป (Chattering) ระหว่างการทำงานในระบบแรงดัน


BOLOMETER — โบโลมิเตอร์

Bolometer คืออุปกรณ์ตรวจจับพลังงานความร้อนหรือรังสี ที่ทำงานโดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานไฟฟ้าของวัสดุ เมื่อมีพลังงานรังสีตกกระทบ ตัวตรวจจับจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ส่งผลให้ค่าความต้านทานเปลี่ยนไป หลักการนี้ถูกนำมาใช้ในการตรวจวัดรังสีอินฟราเรด พลังงานความร้อน และงานตรวจจับทางสเปกตรัมในระบบวิเคราะห์และเครื่องมือวัดความไวสูง


BONDING — การบอนดิ้งทางไฟฟ้า

Bonding คือการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าระหว่างชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ตัวนำไฟฟ้าต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเส้นทางการไหลของกระแสไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย มีความต้านทานต่ำ และมีความน่าเชื่อถือ จุดประสงค์หลักของ Bonding คือการลดความต่างศักย์ระหว่างอุปกรณ์ ป้องกันไฟฟ้าสถิต ลดความเสี่ยงจากไฟดูด และช่วยให้ระบบ Grounding ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในโรงงานอุตสาหกรรม Bonding เป็นส่วนสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าและระบบป้องกันการระเบิด


BRIGHTNESS PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบวัดความสว่าง

Brightness Pyrometer คือเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส ที่ใช้หลักการเปรียบเทียบความเข้มของพลังงานรังสีในช่วงความยาวคลื่นแคบๆ ของสเปกตรัม โดยทั่วไปจะอยู่บริเวณช่วงแสงสีส้ม–แดงของแสงที่มองเห็นได้ ประมาณ 0.65 ไมโครเมตร เครื่องมือนี้ใช้วัดอุณหภูมิของวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น เตาหลอม โลหะร้อน หรือกระบวนการเผาไหม้ ซึ่งไม่สามารถใช้เซ็นเซอร์สัมผัสโดยตรงได้ หลักการนี้เป็นพื้นฐานของ Radiation Temperature Measurement ในงานอุตสาหกรรม


BRITISH THERMAL UNIT (BTU) — บีทียู

British Thermal Unit หรือ BTU คือหน่วยวัดพลังงานความร้อน โดยนิยามว่าเป็นปริมาณความร้อนที่ต้องใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำหนักน้ำ 1 ปอนด์ ให้สูงขึ้น 1 องศาฟาเรนไฮต์ ที่อุณหภูมิประมาณ 60°F หน่วย BTU ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบทำความร้อน ระบบปรับอากาศ Boiler และงานคำนวณพลังงานความร้อนในอุตสาหกรรม


BRIX DEGREE — องศาบริกซ์

Brix Degree เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้บ่งบอกปริมาณของแข็งที่ละลายอยู่ในสารละลาย ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงปริมาณน้ำตาล ค่า 1 °Brix หมายถึงน้ำตาลซูโครส 1 กรัม ในน้ำสารละลาย 100 กรัม ค่านี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในกระบวนการผลิตน้ำผลไม้ น้ำเชื่อม เครื่องดื่ม และระบบควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหาร


BROADBAND — การสื่อสารแบบบรอดแบนด์

Broadband คือเทคนิคการสื่อสารที่สามารถส่งสัญญาณหลายชุดพร้อมกันได้ โดยใช้หลาย Carrier Frequency ในการแบ่งช่องสัญญาณและทำ Multiplexing จึงทำให้ระบบสามารถรองรับข้อมูลจำนวนมากได้พร้อมกัน ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม คำว่า Broadband มักใช้เรียกระบบสื่อสารที่มี Bandwidth มากกว่าช่องสัญญาณเสียงทั่วไปที่ประมาณ 4 kHz และบางครั้งเรียกว่า Wideband ระบบ Broadband แตกต่างจาก Baseband ซึ่งส่งได้เพียงหนึ่งสัญญาณในช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจุบันเทคนิค Broadband ถูกใช้ในระบบเครือข่ายความเร็วสูง การสื่อสารข้อมูล และระบบ Multimedia ต่างๆ รวมถึงระบบเครือข่ายอุตสาหกรรมสมัยใหม่


BTU “DRY” — ค่าความร้อนแบบแห้ง

BTU “Dry” คือค่าความร้อนของก๊าซเชื้อเพลิงที่คำนวณบนพื้นฐานว่าไม่มีไอน้ำหรือมีความชื้นอยู่ในระดับต่ำมาก หรือที่เรียกว่า “Dry Basis” โดยทั่วไปในระบบก๊าซตามท่อส่ง (Pipeline Gas) จะสมมุติให้ก๊าซมีไอน้ำไม่เกินประมาณ 7 ปอนด์ต่อก๊าซ 1 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐาน ค่านี้ใช้สำหรับคำนวณพลังงานความร้อนที่แท้จริงของเชื้อเพลิงโดยไม่รวมผลกระทบจากความชื้น ซึ่งมีความสำคัญต่อการออกแบบระบบเผาไหม้ การคำนวณประสิทธิภาพ Boiler และการควบคุมพลังงานในกระบวนการอุตสาหกรรม


BTU “SATURATED” — ค่าความร้อนแบบอิ่มตัวด้วยไอน้ำ

BTU “Saturated” คือค่าความร้อนของก๊าซเชื้อเพลิงที่คำนวณภายใต้สภาวะที่ก๊าซอิ่มตัวด้วยไอน้ำ กล่าวคือ ก๊าซมีปริมาณไอน้ำสูงสุดที่สามารถมีอยู่ได้โดยยังไม่เกิดการควบแน่น ภายใต้สภาวะอ้างอิงที่ความดันมาตรฐานและอุณหภูมิ 60°F ค่านี้จะสะท้อนสภาพจริงของก๊าซในบางกระบวนการอุตสาหกรรมที่มีความชื้นปะปนอยู่ในระบบเชื้อเพลิง จึงถูกใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพเชื้อเพลิงและคำนวณสมดุลพลังงานในระบบเผาไหม้


BUILT-UP BACKPRESSURE — แรงดันย้อนกลับที่เกิดขึ้นระหว่างการระบาย

Built-up Backpressure คือแรงดันย้อนกลับที่เพิ่มขึ้นภายหลังจาก Pressure Relief Valve เปิดทำงานแล้ว โดยแรงดันนี้เกิดจากการไหลของของไหลผ่านท่อระบาย (Discharge Header) ทำให้เกิด Pressure Drop ในระบบท่อด้าน Outlet ส่งผลให้แรงดันในทางออกของ Relief Valve สูงขึ้น ค่า Built-up Backpressure เป็นค่าที่เปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราการไหลและลักษณะของระบบระบายแรงดัน หากมีค่าสูงเกินไป อาจส่งผลต่อความสามารถในการระบายของวาล์ว ค่า Set Pressure และเสถียรภาพการทำงานของระบบป้องกันแรงดันเกิน ดังนั้นการออกแบบ Relief Header จึงต้องพิจารณาผลของ Built-up Backpressure อย่างเหมาะสม


BURNING — การเผาไหม้

Burning คือกระบวนการเผาไหม้ที่เปลวไฟไม่กระจายตัวออกไป แต่คงอยู่บริเวณรอยต่อหรือ Interface ระหว่างเชื้อเพลิงและสารออกซิไดซ์ ซึ่งทั้งสองส่วนถูกจ่ายเข้ามาในอัตราส่วนที่เหมาะสมต่อการเกิดปฏิกิริยาเผาไหม้ สภาวะนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของระบบ Combustion ในเตาเผา Boiler และ Burner อุตสาหกรรม โดยการควบคุมอัตราส่วนเชื้อเพลิงต่ออากาศ (Air-Fuel Ratio) อย่างเหมาะสมจะช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียพลังงาน และลดการเกิดมลพิษจากการเผาไหม้


CAPACITANCE (C) — ค่าความจุไฟฟ้า

Capacitance คือความสามารถของระบบในการเก็บประจุไฟฟ้า โดยนิยามเป็นปริมาณประจุไฟฟ้าในหน่วยคูลอมบ์ (Coulomb) ที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดความต่างศักย์ 1 โวลต์ระหว่างตัวนำทั้งสอง ค่า Capacitance มีหน่วยเป็นฟารัด (Farad) และเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของวงจรไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในงาน Instrumentation ค่า Capacitance ถูกนำมาใช้ทั้งในวงจรกรองสัญญาณ ระบบตรวจวัด และเซ็นเซอร์แบบ Capacitive เช่น Level Sensor หรือ Proximity Sensor


CAPACITOR DEVICE — ตัวเก็บประจุไฟฟ้า

Capacitor เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประกอบด้วยตัวนำไฟฟ้าสองตัว ซึ่งแยกออกจากกันด้วยฉนวนไฟฟ้าหรือ Dielectric ตัวนำทั้งสองเรียกว่า Plates ส่วนฉนวนตรงกลางเรียกว่า Dielectric เมื่อมีการจ่ายแรงดันไฟฟ้า จะเกิดการสะสมประจุไฟฟ้าที่แผ่นตัวนำทั้งสอง ด้านการทำงานในวงจร AC นั้น ยิ่ง Capacitor มีค่าความจุมาก ค่า Impedance จะยิ่งต่ำ ทำให้กระแสไฟฟ้ากระแสสลับไหลผ่านได้มากขึ้น Capacitor ถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานกรองสัญญาณ การปรับค่า Power Factor การสตาร์ทมอเตอร์ และวงจรควบคุมอิเล็กทรอนิกส์


CHARACTERISTIC IMPEDANCE — อิมพีแดนซ์ลักษณะเฉพาะ

Characteristic Impedance คือค่าอิมพีแดนซ์ที่วัดได้จากปลายสายส่งสัญญาณ (Transmission Line) ภายใต้เงื่อนไขที่สายส่งมีลักษณะเสมือนยาวไม่สิ้นสุด และไม่มีคลื่นสะท้อนหรือ Standing Wave เกิดขึ้นในสาย ในสภาวะนี้ อัตราส่วนระหว่างแรงดันไฟฟ้ากับกระแสไฟฟ้าจะมีค่าเท่ากันทุกจุดตลอดแนวสาย ค่า Characteristic Impedance เป็นพารามิเตอร์สำคัญในระบบสื่อสาร สายโคแอกเชียล ระบบ RF และ Waveguide เพราะหากค่า Impedance ของอุปกรณ์ไม่ตรงกัน จะทำให้เกิดการสะท้อนของสัญญาณและเกิดการสูญเสียพลังงานในการส่งข้อมูล


CHATTER — อาการสั่นกระพือของวาล์ว

Chatter คืออาการสั่นหรือการเคลื่อนที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วผิดปกติของ Disc ใน Pressure Relief Valve ระหว่างการเปิดทำงาน โดยในขณะเกิด Chatter ตัว Disc จะกระแทกกับ Seat อย่างต่อเนื่อง อาการนี้มักเกิดจากการเลือกขนาดวาล์วไม่เหมาะสม มี Backpressure สูงเกินไป หรืออัตราการไหลไม่เพียงพอต่อการเปิดวาล์วอย่างเสถียร การเกิด Chatter ส่งผลให้วาล์วสึกหรอเร็ว เกิดความเสียหายต่อ Seat และลดความน่าเชื่อถือของระบบป้องกันแรงดันเกิน


CHRONOPOTENTIOMETRY — โครโนโพเทนชิโอเมตรี

Chronopotentiometry คือเทคนิคการวิเคราะห์ทางไฟฟ้าเคมีที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่าง Measuring Electrode และ Reference Electrode ตามเวลา ในระหว่างที่เกิดปฏิกิริยา Oxidation หรือ Reduction ที่ขั้ววัด เทคนิคนี้ใช้ศึกษาพฤติกรรมของสารละลายและปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี โดยถูกนำไปใช้ในงานวิเคราะห์สารเคมี ระบบเซ็นเซอร์ไฟฟ้าเคมี และเครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพน้ำหรือสารละลายในกระบวนการอุตสาหกรรม


CLOSING PRESSURE (RESEAT PRESSURE) — ความดันปิดกลับ

Closing Pressure หรือ Reseat Pressure คือค่าความดันที่วัดทางด้าน Inlet ของ Pressure Relief Valve ขณะที่วาล์วปิดกลับหลังจากการระบายแรงดันเสร็จสิ้น ณ จุดนี้การไหลผ่านวาล์วจะลดลงจนเกือบหยุดสนิท และ Disc ของวาล์วจะกลับมาสัมผัส Seat โดยไม่มีการยกตัวค้างอยู่ ค่า Reseat Pressure เป็นพารามิเตอร์สำคัญในการประเมินการทำงานของวาล์วนิรภัย และมีความสัมพันธ์โดยตรงกับค่า Blowdown ของวาล์วในระบบป้องกันแรงดันเกิน


COAX — สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)

Coax หรือ Coaxial Cable คือสายสัญญาณชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยแกนตัวนำไฟฟ้าตรงกลาง ล้อมรอบด้วยฉนวนที่มีค่าคงที่ไดอิเล็กทริกต่ำ (Low-K Insulation) และมีตัวนำอีกชั้นหนึ่งทำหน้าที่เป็น Shield หุ้มอยู่ด้านนอก โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยลดค่าความจุไฟฟ้า (Capacitance) และค่าความเหนี่ยวนำ (Inductance) ของสาย ทำให้สามารถส่งสัญญาณความถี่สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดสัญญาณรบกวนจากภายนอก สาย Coax ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบ RF, ระบบสื่อสาร, ระบบ Instrument Signal และระบบเครือข่ายบางประเภทในงานอุตสาหกรรม


COLD DIFFERENTIAL TEST PRESSURE (CDTP) — ความดันทดสอบแบบเย็น

Cold Differential Test Pressure หรือ CDTP คือค่าความดันที่ใช้ปรับตั้งให้ Pressure Relief Valve (PRV) เริ่มเปิดระหว่างการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิปกติหรือสภาวะ “Cold Condition” ค่า CDTP จะรวมค่าชดเชยต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการใช้งานจริง เช่น อุณหภูมิขณะทำงานและผลกระทบจาก Backpressure ดังนั้นค่าที่ตั้งระหว่างการทดสอบอาจแตกต่างจากค่าที่ใช้งานจริงในระบบ การกำหนดค่า CDTP อย่างถูกต้องมีความสำคัญต่อความแม่นยำและความปลอดภัยของระบบป้องกันแรงดันเกิน


COMBUSTION AIR REQUIREMENT INDEX (CARI) — ดัชนีความต้องการอากาศในการเผาไหม้

Combustion Air Requirement Index หรือ CARI เป็นค่าที่ใช้แสดงปริมาณอากาศที่จำเป็นต่อการเผาไหม้เชื้อเพลิงก๊าซอย่างสมบูรณ์ตามหลักสโตอิชิโอเมตรี (Stoichiometric Combustion) ค่านี้เป็นค่าไร้มิติ (Dimensionless Number) และใช้สำหรับประเมินว่าต้องจ่ายอากาศในปริมาณเท่าใดเพื่อให้เชื้อเพลิงสามารถเผาไหม้ได้ครบถ้วนโดยไม่เหลือเชื้อเพลิงตกค้าง ในระบบ Boiler, Furnace และ Burner การคำนวณค่า CARI มีความสำคัญต่อการควบคุม Air-Fuel Ratio เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดการสูญเสียพลังงาน และลดการเกิดมลพิษ เช่น CO หรือ NOx


CONDUCTANCE (G) — ค่าการนำไฟฟ้า

Conductance คือค่าที่แสดงความสามารถของวัสดุหรือวงจรในการยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ซึ่งเป็นค่ากลับกันของ Resistance โดยมีหน่วยเป็น Siemens (S) ซึ่งในอดีตเรียกว่า Mho หากค่า Conductance สูง หมายความว่าวงจรมีความต้านทานต่ำและกระแสไฟสามารถไหลได้ง่าย ค่า Conductance ถูกใช้ในการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า การคำนวณโหลด และการตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าของระบบต่างๆ ในงาน Instrumentation และ Electrical Engineering


CONDUCTIVITY (g) — สภาพการนำไฟฟ้า

Conductivity คือคุณสมบัติของวัสดุในการนำกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นค่ากลับกันของ Resistivity หรือความต้านทานจำเพาะ วัสดุทั้งของแข็งและของเหลวทุกชนิดจะมีค่าการนำไฟฟ้าในระดับหนึ่ง สำหรับงานด้าน Instrumentation วัสดุที่มีค่า Conductivity มากกว่า 1 μS/cm มักถือว่าเป็นวัสดุนำไฟฟ้า เช่น โลหะ หรือ น้ำที่มีไอออนละลายอยู่ ค่า Conductivity ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำ การตรวจวัดความบริสุทธิ์ของของเหลว และระบบควบคุมกระบวนการทางเคมี


CONSISTENCY — ความคงตัวหรือความต้านทานต่อการเปลี่ยนรูป

Consistency คือค่าที่ใช้แสดงความต้านทานของสารต่อการเปลี่ยนรูปหรือการไหล ในกรณีของของไหลแบบ Newtonian ค่านี้จะมีความหมายเทียบเท่ากับ Viscosity หรือความหนืด แต่สำหรับของไหลแบบ Non-Newtonian ค่าดังกล่าวจะสอดคล้องกับ Apparent Viscosity ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาวะการไหล ตัวอย่างเช่น สี Slurry หรือสารละลายเข้มข้นต่างๆ ในงาน Process Engineering ค่า Consistency มีผลต่อการสูบจ่าย การผสม และการออกแบบระบบท่อ


CONSTANT BACKPRESSURE — แรงดันย้อนกลับคงที่

Constant Backpressure คือแรงดันย้อนกลับที่มีค่าคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าวาล์วนิรภัยหรือ Pressure Relief Valve จะอยู่ในสถานะเปิดหรือปิด แรงดันชนิดนี้มักเกิดจากระบบท่อระบายหรือ Header ที่มีแรงดันคงที่อยู่แล้ว ค่า Constant Backpressure มีผลโดยตรงต่อการทำงานของ Relief Valve เช่น ค่า Set Pressure และ Capacity ดังนั้นในการเลือกและออกแบบวาล์วนิรภัยจึงต้องนำค่าแรงดันย้อนกลับประเภทนี้มาพิจารณาอย่างเหมาะสม


CONVENTIONAL SAFETY RELIEF VALVE — วาล์วนิรภัยแบบคอนเวนชันนัล

Conventional Safety Relief Valve คือวาล์วนิรภัยที่ส่วน Bonnet ถูกระบายสู่บรรยากาศหรือเชื่อมต่อภายในเข้ากับด้าน Discharge ของวาล์วโดยตรง วาล์วประเภทนี้มีคุณลักษณะการทำงานที่ได้รับผลกระทบจาก Backpressure อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่า Set Pressure, Blowdown หรือความสามารถในการระบาย (Capacity) หากแรงดันย้อนกลับเปลี่ยนแปลงมาก อาจทำให้ประสิทธิภาพของวาล์วลดลง ดังนั้น Conventional Relief Valve จึงเหมาะกับระบบที่มี Backpressure ต่ำและมีสภาวะการระบายค่อนข้างคงที่


COULOMETRY — คูโลเมตรี

Coulometry คือกระบวนการวิเคราะห์หาความเข้มข้นของสาร (Analyte Concentration) โดยอาศัยการตรวจวัดปริมาณประจุไฟฟ้ารวม (Total Electrical Charge) ที่ไหลผ่านระหว่างอิเล็กโทรดสองตัว ภายใต้สภาวะที่ควบคุมศักย์ไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าให้คงที่ หลักการนี้อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณประจุไฟฟ้ากับปริมาณสารที่เกิดปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี เทคนิค Coulometry ถูกใช้ในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเคมี ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำ และกระบวนการวิเคราะห์ที่ต้องการความแม่นยำสูงในงานอุตสาหกรรม


CPVC — คลอริเนตเต็ดโพลีไวนิลคลอไรด์

CPVC หรือ Chlorinated Polyvinyl Chloride เป็นวัสดุโพลิเมอร์ที่มีต้นทุนต่ำ มีความทนทานต่อสารเคมีในระดับที่ดี และนิยมใช้ในการผลิตอุปกรณ์หรือเซ็นเซอร์บางประเภท โดยเฉพาะ Noninsertion Sensor และระบบท่อในงานอุตสาหกรรม วัสดุชนิดนี้สามารถเชื่อมต่อได้ด้วยการใช้ตัวทำละลาย (Solvent Welding) และสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิสูงกว่าวัสดุ PVC ทั่วไป โดยมีช่วงอุณหภูมิใช้งานสูงสุดประมาณ 225°F จึงเหมาะกับระบบน้ำ กระบวนการเคมี และงาน Utility ในโรงงานอุตสาหกรรม


CRYSTALLOGRAPHY — ผลึกวิทยา

Crystallography คือศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการจัดเรียงตัวของอะตอมภายในวัสดุหรือโครงสร้างผลึก รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างดังกล่าวกับคุณสมบัติของวัสดุ เช่น การนำไฟฟ้า คุณสมบัติทางไฟฟ้า ความแข็งแรงเชิงกล และคุณสมบัติทางความร้อน การจัดเรียงตัวของอะตอมมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของวัสดุในงานอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น โลหะที่มีโครงสร้างผลึกแตกต่างกันอาจมีความแข็งหรือการนำไฟฟ้าแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นวัสดุชนิดเดียวกันก็ตาม ความรู้ด้าน Crystallography มีความสำคัญในงานวัสดุศาสตร์ เซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนาเซ็นเซอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์


CURIE (Ci) — คูรี

Curie (Ci) เป็นหน่วยที่ใช้แสดงขนาดหรือความเข้มของแหล่งกำเนิดรังสี โดย 1 Curie มีค่าเท่ากับอัตราการสลายตัวของสารกัมมันตรังสีจำนวน 37 พันล้านครั้งต่อวินาที หน่วยนี้ใช้ในงานวัดรังสี งานตรวจสอบทางอุตสาหกรรม และเครื่องมือวัดที่อาศัยรังสี เช่น Nuclear Level Gauge หรือ Density Gauge ในระบบ Process Control ซึ่งใช้แหล่งกำเนิดรังสีในการตรวจวัดระดับหรือความหนาแน่นของสารภายในกระบวนการผลิต


DATA SERVERS — ดาต้าเซิร์ฟเวอร์

Data Servers คืออินเทอร์เฟซมาตรฐานที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ภาคสนาม (Field Devices) และระบบที่ร้องขอข้อมูลหรือ Data Clients เช่น SCADA, DCS, Historian หรือระบบวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการ รับส่ง และแปลงข้อมูลให้อุปกรณ์ต่างชนิดสามารถสื่อสารร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ Data Server มีบทบาทสำคัญต่อการรวมข้อมูลจากหลายอุปกรณ์เข้าสู่ระบบควบคุมและระบบบริหารจัดการโรงงาน


DEAD BAND — ช่วงตายของสัญญาณ

Dead Band คือช่วงของสัญญาณอินพุตที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ทำให้เอาต์พุตของระบบเกิดการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ แม้ค่าอินพุตจะขยับเล็กน้อย แต่ระบบยังไม่ตอบสนองจนกว่าจะเกินช่วงที่กำหนดไว้ คุณสมบัตินี้พบได้ในวาล์วควบคุม ระบบควบคุมอัตโนมัติ และเครื่องมือวัดบางประเภท Dead Band ที่มากเกินไปอาจทำให้ระบบควบคุมตอบสนองช้า เกิดความคลาดเคลื่อน หรือควบคุม Process ได้ไม่เสถียร


DEFLAGRATION OR EXPLOSION — การเผาไหม้แบบลุกลามหรือการระเบิด

Deflagration คือกระบวนการเผาไหม้ที่แนวเปลวไฟเคลื่อนที่ผ่านส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศด้วยความเร็วต่ำกว่าความเร็วเสียง (Subsonic Speed) การเผาไหม้ลักษณะนี้มักเกิดจากการลุกลามของเปลวไฟผ่านก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ หากมีการสะสมพลังงานและความดันมากพอ อาจนำไปสู่การระเบิด (Explosion) ได้ หลักการนี้มีความสำคัญต่อการออกแบบระบบป้องกันอันตรายในพื้นที่อันตราย (Hazardous Area) และระบบป้องกันการระเบิดในโรงงานอุตสาหกรรม


DEIONIZED — น้ำปราศจากไอออน

Deionized Water หรือ DI Water คือ น้ำที่ผ่านกระบวนการกำจัดไอออนออกจนมีความบริสุทธิ์สูงมาก ทำให้มีค่าการนำไฟฟ้าต่ำ เนื่องจากมีไอออนเหลืออยู่ในปริมาณน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากน้ำ DI สัมผัสอากาศเป็นเวลานาน จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากอากาศ ทำให้เกิดไอออนในน้ำและทำให้ค่าการนำไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 5 μS/cm น้ำชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ห้องปฏิบัติการ ระบบ Boiler และระบบผลิตที่ต้องการน้ำความบริสุทธิ์สูง


DEMULTIPLEXING — การแยกสัญญาณมัลติเพล็กซ์

Demultiplexing คือกระบวนการแยกสัญญาณข้อมูลหลายชุดที่ถูกรวมเข้าด้วยกันในสัญญาณเดียว (Multiplexed Signal) ให้กลับมาเป็นสัญญาณแยกแต่ละชุดอีกครั้ง กระบวนการนี้ถูกใช้ในระบบสื่อสารและเครือข่ายข้อมูล เพื่อให้สามารถส่งข้อมูลหลายช่องทางผ่านสื่อกลางเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในงาน Industrial Communication เช่น Fieldbus หรือระบบ Network ต่างๆ Demultiplexing เป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดการและกระจายข้อมูลไปยังอุปกรณ์ปลายทางแต่ละตัว


DESIGN PRESSURE — ความดันออกแบบ

Design Pressure คือค่าความดันที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบอุปกรณ์หรือระบบรับแรงดัน โดยค่าดังกล่าวจะมีค่าเท่ากับหรือต่ำกว่า Maximum Allowable Working Pressure (MAWP) และใช้กำหนดขีดจำกัดสูงสุดของช่วงความดันปกติในการทำงาน การกำหนดค่า Design Pressure อย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัย ความแข็งแรงของอุปกรณ์ และการเลือกวัสดุสำหรับถังแรงดัน ท่อ และอุปกรณ์ในระบบ Process


DETONATION — การระเบิดแบบดีโทเนชัน

Detonation คือกระบวนการเผาไหม้ที่แนวเปลวไฟเคลื่อนที่ผ่านส่วนผสมของเชื้อเพลิงและอากาศด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็วเสียง (Supersonic Speed) ทำให้เกิดคลื่นกระแทก (Shock Wave) และความดันสูงอย่างรุนแรง แตกต่างจาก Deflagration ซึ่งเป็นการเผาไหม้แบบต่ำกว่าความเร็วเสียง การเกิด Detonation สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุปกรณ์และโครงสร้าง จึงเป็นประเด็นสำคัญในการออกแบบระบบป้องกันการระเบิดและความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม


DEVICE DESCRIPTION — คำอธิบายอุปกรณ์

Device Description หรือ DD คือชุดข้อมูลหรือข้อความเชิงโครงสร้างที่อธิบายรายละเอียดการทำงานของ Field Device อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐาน เพื่อให้ระบบ Host หรือ Master สามารถสื่อสาร ตั้งค่า และใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเฉพาะของอุปกรณ์ล่วงหน้า หลักการนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบสื่อสารอุตสาหกรรม เช่น HART, FOUNDATION Fieldbus และ Profibus ซึ่งช่วยให้ระบบควบคุมสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์จากหลายผู้ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


DEW POINT — จุดน้ำค้าง

Dew Point คืออุณหภูมิที่ไอน้ำในส่วนผสมของก๊าซและไอน้ำเริ่มอิ่มตัวและเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ หากอุณหภูมิของก๊าซลดต่ำกว่าค่า Dew Point จะเริ่มเกิดน้ำควบแน่นในระบบ ค่า Dew Point มีความสำคัญในระบบลมอัด ระบบก๊าซเชื้อเพลิง และระบบ Process เพราะความชื้นที่ควบแน่นอาจทำให้เกิดการกัดกร่อน ความเสียหายของอุปกรณ์ หรือปัญหาในกระบวนการผลิต


DIELECTRIC — ไดอิเล็กทริก

Dielectric คือวัสดุฉนวนไฟฟ้าที่สามารถรองรับสนามไฟฟ้าได้โดยมีการสูญเสียพลังงานต่ำ วัสดุประเภทนี้รวมถึงพลาสติก โลหะออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และวัสดุฉนวนอื่นๆ Dielectric มีบทบาทสำคัญในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Capacitor, Cable Insulation และเซ็นเซอร์แบบ Capacitive โดยคุณสมบัติของ Dielectric จะส่งผลต่อค่าความจุไฟฟ้าและพฤติกรรมของสนามไฟฟ้าในระบบ


DIELECTRIC COMPENSATION — การชดเชยไดอิเล็กทริก

Dielectric Compensation คือเทคนิคที่ใช้ป้องกันไม่ให้การเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบหรืออุณหภูมิของของเหลวที่เป็นฉนวน ส่งผลต่อค่าการวัดของระบบ โดยมักใช้เซ็นเซอร์เพิ่มเติมอีกตัวร่วมกับของเหลวที่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน (Homogeneous Liquid) เทคนิคนี้นิยมใช้ในเครื่องวัดระดับแบบ Capacitive Level Sensor ซึ่งค่าคงที่ไดอิเล็กทริกของของเหลวมีผลโดยตรงต่อค่าที่วัดได้ การชดเชยดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความคลาดเคลื่อนของระบบวัด


DIELECTRIC CONSTANT — ค่าคงที่ไดอิเล็กทริก

Dielectric Constant คือค่าที่ใช้แสดงความสามารถของวัสดุฉนวนในการเก็บประจุไฟฟ้าเมื่อเทียบกับสุญญากาศ โดยค่าของสุญญากาศถูกกำหนดให้เท่ากับ 1.0 ส่วนวัสดุอื่นจะมีค่ามากกว่าหรือต่างจากค่านี้ เช่น TFE มีค่าประมาณ 2.0 ขณะที่น้ำเย็นมีค่าประมาณ 80 ค่า Dielectric Constant ไม่มีหน่วย เนื่องจากเป็นอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างค่าความเป็นฉนวนของวัสดุกับสุญญากาศ ค่านี้เป็นพารามิเตอร์สำคัญในงานออกแบบ Capacitor ระบบฉนวนไฟฟ้า และเครื่องมือวัดแบบ Capacitive ในงาน Instrumentation และ Control System


DIODE — ไดโอด

Diode คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสองขั้ว (Two-Terminal Device) ซึ่งโดยทั่วไปผลิตจากสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) มีคุณสมบัติยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้เป็นหลักในทิศทางเดียว และขัดขวางการไหลในทิศทางตรงกันข้าม หลักการนี้ทำให้ไดโอดถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงจรเรียงกระแส (Rectifier), วงจรป้องกันแรงดันย้อนกลับ และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมต่างๆ ในงาน Instrumentation และ Control System ไดโอดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์และควบคุมทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า


DISCONTINUITY — จุดไม่ต่อเนื่องของสายส่งสัญญาณ

Discontinuity คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของรูปร่างหรือค่าอิมพีแดนซ์ (Impedance) ภายในระบบส่งสัญญาณหรือ Waveguide ซึ่งจะทำให้เกิดการสะท้อนของพลังงานหรือสัญญาณกลับไปยังต้นทาง ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการสูญเสียสัญญาณ การรบกวน หรือการลดประสิทธิภาพของระบบสื่อสาร ตัวอย่างของ Discontinuity ได้แก่ การเปลี่ยนขนาดสายส่ง การต่อสายที่ไม่เหมาะสม หรือการเปลี่ยนวัสดุภายในระบบส่งสัญญาณ ในงาน RF และระบบสื่อสารอุตสาหกรรม การควบคุม Impedance Matching มีความสำคัญต่อการลดปัญหาดังกล่าว


DUST-IGNITION-PROOF — โครงสร้างป้องกันการจุดติดของฝุ่น

Dust-Ignition-Proof คือคุณลักษณะของอุปกรณ์หรือ Enclosure ที่ออกแบบให้สามารถป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าสู่ภายในในปริมาณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ อีกทั้งยังออกแบบให้ประกายไฟ ความร้อน หรืออาร์กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในตัวอุปกรณ์ ไม่สามารถจุดติดฝุ่นที่สะสมอยู่ภายนอกหรือฝุ่นที่แขวนลอยอยู่ในบรรยากาศได้ อุปกรณ์ประเภทนี้มีความสำคัญในพื้นที่อันตราย เช่น โรงงานแป้ง โรงงานน้ำตาล โรงสี หรืออุตสาหกรรมที่มีฝุ่นไวไฟ ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้าน Hazardous Area


EFFECTIVE COEFFICIENT OF DISCHARGE — สัมประสิทธิ์การระบายที่มีผลจริง

Effective Coefficient of Discharge คือค่าสัมประสิทธิ์ที่ใช้ในการคำนวณพื้นที่ระบายขั้นต่ำ (Minimum Required Discharge Area) ของ Pressure Relief Valve (PRV) ค่านี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพจริงของการไหลผ่านวาล์วเมื่อเทียบกับสภาวะอุดมคติ และถูกนำมาใช้ในการออกแบบระบบป้องกันแรงดันเกิน เพื่อให้มั่นใจว่าวาล์วสามารถระบายของไหลได้เพียงพอภายใต้สภาวะฉุกเฉิน การเลือกค่า Coefficient ที่ถูกต้องมีความสำคัญต่อความปลอดภัยและการปฏิบัติตามมาตรฐานการออกแบบภาชนะรับแรงดัน


ELECTROCHEMICAL PROCESS — กระบวนการไฟฟ้าเคมี

Electrochemical Process คือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าระหว่างอิเล็กโทรดสองตัวภายในสารละลายอิเล็กโทรไลต์ เมื่อเกิดปฏิกิริยา Oxidation หรือ Reduction ของสารที่ต้องการวิเคราะห์ (Analyte) จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้วัดความเข้มข้นหรือคุณสมบัติของสารได้ หลักการนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเคมี เช่น pH Analyzer, Conductivity Meter, Dissolved Oxygen Analyzer และระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำในอุตสาหกรรม


ELECTROLYTIC PROBE — โพรบอิเล็กโทรไลติก

Electrolytic Probe คือโพรบตรวจวัดที่มีลักษณะคล้ายกับ Galvanic Probe แต่แตกต่างกันตรงที่มีการจ่ายแรงดันไฟฟ้าภายนอกให้กับอิเล็กโทรด และอิเล็กโทรดจะไม่ถูกใช้จนสึกหรอระหว่างการทำงาน หลักการนี้ช่วยให้สามารถตรวจวัดสารในสารละลายได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ การประยุกต์ใช้งานหลักของ Electrolytic Probe คือการตรวจวัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen Measurement) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบบำบัดน้ำ กระบวนการชีวภาพ และระบบควบคุมคุณภาพน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม


ELECTROMAGNETIC WAVE (ENERGY) — คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

Electromagnetic Wave คือคลื่นพลังงานที่เกิดจากการสั่นหรือการเร่งตัวของประจุไฟฟ้า และแพร่กระจายออกไปในอวกาศในรูปของสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่สั่นตั้งฉากกัน รวมถึงตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง และครอบคลุมช่วงพลังงานหลากหลาย เช่น คลื่นวิทยุ อินฟราเรด แสงที่มองเห็นได้ รังสีเอกซ์ และไมโครเวฟ หลักการนี้เป็นพื้นฐานของระบบสื่อสารไร้สาย เซ็นเซอร์ เครื่องมือวัด และเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมจำนวนมาก


ELECTRON MICROSCOPE — กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

Electron Microscope คือเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ใช้ลำอิเล็กตรอนพลังงานสูงแทนแสงในการตรวจสอบวัตถุขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถขยายและมองเห็นรายละเอียดในระดับที่กล้องจุลทรรศน์ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น โครงสร้างผลึก ผิววัสดุ หรือโครงสร้างระดับนาโน กล้องชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานวัสดุศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์ความเสียหายของวัสดุ และงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์


EMISSIVITY OR EMITTANCE (E) — ค่าการแผ่รังสี

Emissivity หรือ Emittance คืออัตราส่วนระหว่างพลังงานรังสีที่วัตถุแผ่ออกมา เทียบกับพลังงานรังสีที่ Blackbody จะแผ่ออกมาที่อุณหภูมิเดียวกัน หากวัตถุมีค่า Emissivity เท่ากันทุกช่วงความยาวคลื่น วัตถุนั้นจะถูกเรียกว่า Gray Body วัสดุในอุตสาหกรรมหลายชนิดมีค่า Emissivity ที่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิหรือสภาวะแวดล้อม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของการวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส ตามหลักการทางความร้อน ค่า Emissivity จะมีค่าเท่ากับ Absorption และสามารถเขียนความสัมพันธ์ได้ว่า E = A = 1 − T − R โดยที่ T คือ Transmittance และ R คือ Reflectance หลักการนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบ Infrared และ Radiation Thermometer ในงาน Instrumentation และ Process Control


EQUIVALENT TIME SAMPLING (ETS) — การสุ่มตัวอย่างแบบเวลาเทียบเท่า

Equivalent Time Sampling หรือ ETS คือเทคนิคการวัดสัญญาณความเร็วสูงมาก โดยใช้วิธีเก็บข้อมูลเหตุการณ์ทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นมากระดับนาโนวินาที แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างใหม่ให้อยู่ในรูปสัญญาณที่มีช่วงเวลายาวขึ้นในระดับมิลลิวินาที เพื่อให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปสามารถวิเคราะห์และแสดงผลได้ง่ายขึ้น เทคนิค ETS ถูกใช้อย่างแพร่หลายใน Oscilloscope ความเร็วสูงและเครื่องมือวิเคราะห์สัญญาณดิจิทัล ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบรูปคลื่นความถี่สูงหรือสัญญาณ Transient ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบสื่อสาร


ETHERNET — อีเทอร์เน็ต

Ethernet คือมาตรฐานเครือข่ายแบบ Local Area Network (LAN) ชนิด Baseband ที่พัฒนาขึ้นโดย Xerox Corporation, Intel และ Digital Equipment Corporation เพื่อใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ผ่านสาย Coaxial Cable และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ (Transceiver) ปัจจุบัน Ethernet กลายเป็นมาตรฐานหลักของระบบเครือข่ายทั้งในสำนักงานและระบบอุตสาหกรรม โดยถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบ PLC, DCS, SCADA และ Industrial Communication เนื่องจากรองรับการส่งข้อมูลได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากภายในระบบเดียวกันได้


EXPLOSION-PROOF — แบบป้องกันการระเบิด

Explosion-Proof คือคุณลักษณะของอุปกรณ์หรือ Enclosure ที่ถูกออกแบบให้สามารถทนต่อการระเบิดภายในตัวอุปกรณ์ได้โดยไม่เกิดความเสียหาย และสามารถกักเก็บเปลวไฟ ก๊าซร้อน หรือแรงดันที่เกิดจากการระเบิดไม่ให้แพร่กระจายออกไปจุดติดบรรยากาศภายนอกได้ โครงสร้างลักษณะนี้เป็นวิธีการป้องกันอันตรายแบบดั้งเดิมที่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่อันตราย (Hazardous Area) และสามารถประยุกต์ใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลายขนาดและประเภท เช่น มอเตอร์ กล่องต่อสาย สวิตช์ และเครื่องมือวัดในโรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่น และอุตสาหกรรมที่มีไอระเหยไวไฟ


FARAD (F) — ฟารัด

Farad เป็นหน่วยของค่าความจุไฟฟ้า (Capacitance) ซึ่งใช้วัดความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าของอุปกรณ์ เช่น Capacitor เนื่องจาก 1 Farad เป็นค่าที่มีขนาดใหญ่มาก ในงานอิเล็กทรอนิกส์และวงจร RF จึงนิยมใช้หน่วยย่อย เช่น Picofarad (pF) ซึ่งมีค่าเท่ากับหนึ่งล้านล้านส่วนของฟารัด ค่า Capacitance มีผลต่อการตอบสนองของวงจร การกรองสัญญาณ และพฤติกรรมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับในระบบ Instrumentation และ Electronic Control


FEP — ฟลูออริเนตเต็ดเอทิลีนโพรพิลีน

FEP หรือ Fluorinated Ethylene Propylene เป็นวัสดุฟลูออโรคาร์บอนชนิดหนึ่งที่มีความเฉื่อยทางเคมีสูงมาก ทนต่อสารเคมีได้ดี สามารถหลอมและเชื่อมด้วยความร้อนได้ค่อนข้างง่าย แต่ยึดติดด้วยกาวได้ยาก วัสดุชนิดนี้สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิประมาณ 300°F หรือ 150°C จึงถูกนำมาใช้ในสายไฟ ฉนวน เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสสารเคมีหรือสภาวะแวดล้อมที่กัดกร่อนในงานอุตสาหกรรมและ Instrumentation


FIELDBUS — ฟิลด์บัส

Fieldbus คือระบบสื่อสารดิจิทัลแบบสองทิศทาง (Two-Way Digital Communication) ที่ออกแบบมาสำหรับเชื่อมต่อเครื่องมือวัดและอุปกรณ์อัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม โดยสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายตัวบนสายสัญญาณเดียวกันแบบ Multidrop ได้ ระบบ Fieldbus ช่วยให้สามารถส่งข้อมูล Process, Diagnostic และ Configuration ระหว่างอุปกรณ์ภาคสนามกับระบบควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้ช่วยลดจำนวนสายสัญญาณ เพิ่มความสามารถในการวินิจฉัยอุปกรณ์ และรองรับระบบ Automation สมัยใหม่ เช่น FOUNDATION Fieldbus และ Profibus


FIREWALL — ไฟร์วอลล์

Firewall คืออุปกรณ์หรือระบบเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางป้องกันระหว่างเครือข่ายสาธารณะ (Public Network) กับเครือข่ายภายใน (Private Network) โดยทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ และกรองการรับส่งข้อมูลตามกฎความปลอดภัยที่กำหนดไว้ Firewall อาจอยู่ในรูป Router, Access Server หรือ Software Security System ในระบบอุตสาหกรรม Firewall มีความสำคัญต่อการป้องกันการเข้าถึงระบบควบคุมจากภายนอก ลดความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และป้องกันการโจมตีระบบ SCADA, PLC และเครือข่าย Automation


FLASH POINT — จุดวาบไฟ

Flash Point คืออุณหภูมิต่ำสุดที่ของเหลวไวไฟสามารถระเหยกลายเป็นไอในปริมาณมากพอที่จะสร้างส่วนผสมที่ติดไฟได้กับอากาศบริเวณเหนือผิวของเหลวหรือภายในภาชนะ เมื่อมีแหล่งกำเนิดประกายไฟหรือความร้อน ไอระเหยดังกล่าวจะสามารถติดไฟได้ ของเหลวอันตรายหลายชนิดมีค่า Flash Point ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง จึงมักมีชั้นไอไวไฟปกคลุมอยู่เหนือผิวของเหลวตลอดเวลา ค่า Flash Point เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดเก็บ การขนส่ง และการออกแบบระบบความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม


FLUIDITY — ความไหลตัว

Fluidity คือค่ากลับกันของ Absolute Viscosity หรือความหนืดสัมบูรณ์ ใช้แสดงความสามารถของของไหลในการไหลได้ง่าย หากของเหลวมีค่า Fluidity สูง แสดงว่าของไหลมีความหนืดต่ำและสามารถไหลได้ดี หน่วยในระบบ cgs เรียกว่า Rhe ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1/Poise หลักการนี้ใช้ในงานวิเคราะห์พฤติกรรมของของไหล การออกแบบระบบการไหล และงานด้าน Rheology ในอุตสาหกรรมเคมีและกระบวนการผลิต


FLUTTER — อาการสั่นแกว่งของวาล์ว

Flutter คืออาการสั่นขึ้นลงอย่างรวดเร็วผิดปกติของ Disc ภายใน Pressure Relief Valve ขณะทำงาน โดยแตกต่างจาก Chatter ตรงที่ในกรณี Flutter ตัว Disc จะไม่กระแทกสัมผัสกับ Seat อาการนี้มักเกิดจากความไม่เสถียรของการไหล แรงดันไม่คงที่ หรือการเลือกขนาดวาล์วที่ไม่เหมาะสม แม้ Flutter จะไม่รุนแรงเท่า Chatter แต่หากเกิดต่อเนื่องอาจส่งผลต่อเสถียรภาพและอายุการใช้งานของวาล์วนิรภัยได้เช่นกัน


FUEL CELLS — เซลล์เชื้อเพลิง

Fuel Cell คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเคมีของเชื้อเพลิงและออกซิเจนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ผ่านกระบวนการไฟฟ้าเคมี โดยระหว่างการทำงาน อิเล็กโทรดและอิเล็กโทรไลต์จะไม่ถูกเปลี่ยนสภาพหรือถูกใช้หมดไป ภายในเซลล์ เชื้อเพลิงจะเกิดปฏิกิริยาที่ขั้วแอโนด (Anode) ทำให้เกิดไฮโดรเจนไอออนและอิเล็กตรอน ไฮโดรเจนไอออนจะเคลื่อนที่ผ่านอิเล็กโทรไลต์ไปยังขั้วแคโทด (Cathode) ส่วนอิเล็กตรอนจะไหลผ่านวงจรภายนอก ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า เมื่อมีออกซิเจนอยู่ที่ขั้วแคโทด จะเกิดปฏิกิริยารวมตัวระหว่างไฮโดรเจนและออกซิเจนจนเกิดเป็นน้ำ หลักการนี้ทำให้ Fuel Cell เป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและปล่อยมลพิษต่ำ จึงถูกนำมาใช้ในระบบพลังงานสำรอง ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบพลังงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่


GALVANIC PROBE — โพรบกัลวานิก

Galvanic Probe คือโพรบตรวจวัดทางไฟฟ้าเคมีที่ไม่ต้องใช้แรงดันไฟฟ้าภายนอกจ่ายให้กับอิเล็กโทรด โดยกระแสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นเองเมื่อเซลล์เกิดการ Depolarization จากการแพร่กระจายของสารที่ต้องการวัด (Analyte Diffusion) ระหว่างการทำงาน อิเล็กโทรดจะถูกใช้งานและสึกกร่อนไปเรื่อยๆ จึงต้องมีการเปลี่ยนอิเล็กโทรดเป็นระยะ การประยุกต์ใช้งานที่พบได้บ่อยคือการวัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen Measurement) ในระบบบำบัดน้ำและกระบวนการชีวภาพ


GRAY BODY — วัตถุสีเทาเชิงรังสี

Gray Body คือวัตถุที่มีค่า Emittance หรือ Emissivity ต่ำกว่า 1 แต่ค่าดังกล่าวคงที่ในทุกช่วงความยาวคลื่นภายในช่วงสเปกตรัมที่ใช้วัด กล่าวคือ แม้ว่าวัตถุจะไม่สามารถแผ่รังสีได้สมบูรณ์แบบเหมือน Blackbody แต่จะมีพฤติกรรมการแผ่รังสีที่เป็นสัดส่วนคงที่ในทุกความยาวคลื่น เส้นโค้งการแผ่รังสีของ Gray Body จึงมีลักษณะเหมือนกับ Blackbody แต่มีระดับพลังงานต่ำกว่า หลักการนี้มีความสำคัญในงานวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดและ Radiation Thermometry เพราะวัสดุอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีพฤติกรรมใกล้เคียง Gray Body มากกว่า Blackbody


GROSS CALORIFIC VALUE — ค่าความร้อนรวม

Gross Calorific Value คือค่าพลังงานความร้อนทั้งหมดที่ได้จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร ภายใต้สภาวะมาตรฐาน โดยทั่วไปจะแสดงในหน่วย British Thermal Units per Standard Cubic Feet (Btu/SCF) หรือ Kilocalories per Normal Cubic Meter (Kcal/N·m³) ค่านี้รวมพลังงานความร้อนที่ได้จากการควบแน่นของไอน้ำที่เกิดขึ้นระหว่างการเผาไหม้ด้วย จึงใช้ในการประเมินคุณภาพเชื้อเพลิง การคำนวณประสิทธิภาพการเผาไหม้ และสมดุลพลังงานในระบบ Boiler, Furnace และกระบวนการพลังงานในอุตสาหกรรม


GROUND — กราวด์หรือสายดิน

Ground คือการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าระหว่างวงจร อุปกรณ์ หรือโครงสร้างทางไฟฟ้ากับพื้นดิน หรือกับตัวนำที่ทำหน้าที่เสมือนพื้นดิน การเชื่อมต่อนี้อาจเป็นแบบตั้งใจหรือเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจก็ได้ จุดประสงค์หลักของระบบ Ground คือเพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูด ระบายกระแสผิดปกติ และช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ในงาน Instrumentation และระบบควบคุม Ground ยังมีบทบาทสำคัญในการลดสัญญาณรบกวนและป้องกันปัญหา Ground Loop


GROUND FAULT PROTECTOR — อุปกรณ์ป้องกันกระแสรั่วลงดิน

Ground Fault Protector คืออุปกรณ์ที่ใช้ตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินหรือเกิด Line-to-Ground Fault โดยเฉพาะกรณีที่มีกระแสผิดปกติสูงไหลผ่าน อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายต่อบุคลากรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงลดความเสี่ยงจากไฟไหม้หรือความเสียหายของระบบไฟฟ้า ในโรงงานอุตสาหกรรม Ground Fault Protection เป็นส่วนสำคัญของระบบความปลอดภัยทางไฟฟ้าและระบบป้องกันอุบัติเหตุ


GUARD — การ์ดหรือชิลด์อิเล็กทรอนิกส์

Guard หรือบางครั้งเรียกว่า Shield ในงาน RF และเครื่องมือวัดระดับ คือองค์ประกอบโลหะที่ล้อมรอบตัวนำสัญญาณ โดยมีการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้เท่ากับแรงดันของตัวนำที่ต้องการป้องกัน จุดประสงค์ของ Guard คือเพื่อลดหรือกำจัดค่าความจุไฟฟ้า (Capacitance) ระหว่างตัวนำกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งช่วยลดสัญญาณรบกวนและเพิ่มความแม่นยำของการวัด หลักการนี้ถูกใช้ในวงจรความไวสูง เซ็นเซอร์แบบ Capacitive และระบบวัดระดับของเหลว


GUIDED WAVE RADAR (GWR) — เรดาร์แบบคลื่นนำทาง

Guided Wave Radar หรือ GWR คือเทคโนโลยีการวัดระดับแบบ Radar ชนิดสัมผัส (Contact Radar) ที่พัฒนาจากหลักการ Time Domain Reflectometry (TDR) โดยใช้โพรบที่จุ่มอยู่ในตัวกลางเป็นตัวนำคลื่นหรือ Waveguide สัญญาณไมโครเวฟจะถูกส่งลงไปตามโพรบ และเมื่อสัญญาณกระทบกับผิวของวัสดุ จะเกิดการสะท้อนกลับมายังตัวส่งสัญญาณ จากเวลาที่ใช้ในการเดินทางของคลื่น ระบบจะคำนวณหาระดับของของเหลวหรือของแข็งภายในถังได้ เทคโนโลยี GWR มีความแม่นยำสูง และสามารถใช้งานได้ดีในสภาวะที่มีไอ ความดัน หรือการเปลี่ยนแปลงของ Process ซึ่งอาจส่งผลต่อเครื่องวัดระดับชนิดอื่นในงานอุตสาหกรรม


HAGEN-POISEUILLE LAW — กฎของฮาเกน–ปัวซอยล์

Hagen-Poiseuille Law เป็นสมการที่ใช้อธิบายพฤติกรรมการไหลของของเหลวที่มีความหนืดภายในท่อขนาดเล็กหรือท่อแคปิลลารี (Capillary Tube) โดยสมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการไหล ความดัน ความหนืดของของเหลว และขนาดของท่อ หลักการนี้ใช้กับการไหลแบบลามินาร์ (Laminar Flow) และมีความสำคัญในงานออกแบบระบบท่อ เครื่องมือวัดการไหล และระบบควบคุมของไหลในงาน Process Engineering และ Instrumentation


HOME RUN WIRING — การเดินสายแบบโฮมรัน

Home Run Wiring คือการเดินสายสัญญาณจากตู้ควบคุมหรือระบบ Host ของ Fieldbus ไปยังกล่อง Junction Box ตัวแรกหรืออุปกรณ์ภาคสนามตัวแรกโดยตรง รูปแบบการเดินสายลักษณะนี้ช่วยให้ระบบมีความเป็นระเบียบ ง่ายต่อการบำรุงรักษา และสามารถแยกปัญหาของแต่ละวงจรได้สะดวก ในระบบ Instrumentation และ Industrial Network การออกแบบ Home Run Wiring ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและลดปัญหาสัญญาณรบกวนในระบบสื่อสาร


HUB (SHARED) — ฮับแบบแชร์

Hub หรือ Shared Hub คืออุปกรณ์เครือข่ายประเภท Multiport Repeater ที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์หรือ Segment หลายส่วนเข้าด้วยกันภายในเครือข่ายเดียว เมื่อมีข้อมูลเข้ามาที่พอร์ตหนึ่ง Hub จะทำการส่งข้อมูลนั้นออกไปยังทุกพอร์ตโดยไม่มีการแยกปลายทาง ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวใช้ช่องทางสื่อสารร่วมกัน แม้ปัจจุบัน Hub จะถูกแทนที่ด้วย Switch ในหลายระบบ แต่หลักการพื้นฐานยังคงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ระบบเครือข่ายอุตสาหกรรมและการสื่อสารข้อมูล


HYGROMETER — ไฮโกรมิเตอร์

Hygrometer คือเครื่องมือที่ใช้วัดความชื้น โดยอาจใช้วัดความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศหรือปริมาณไอน้ำในก๊าซ การวัดความชื้นมีความสำคัญในหลายกระบวนการอุตสาหกรรม เช่น ระบบ HVAC ห้องสะอาด การอบแห้ง ระบบลมอัด และกระบวนการผลิตที่ต้องควบคุมความชื้นอย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือประสิทธิภาพของกระบวนการ


HYGROSCOPIC MATERIAL — วัสดุดูดความชื้น

Hygroscopic Material คือวัสดุที่มีคุณสมบัติสามารถดูดซับหรือดึงความชื้นจากอากาศได้ดี วัสดุประเภทนี้มีความไวต่อไอน้ำและอาจเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพหรือทางเคมีเมื่อสัมผัสความชื้น ตัวอย่างเช่น ซิลิกาเจล เกลือบางชนิด หรือวัสดุเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม การเข้าใจคุณสมบัติ Hygroscopic มีความสำคัญต่อการจัดเก็บวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ และการออกแบบระบบป้องกันความชื้น


IMPEDANCE — อิมพีแดนซ์

Impedance คืออัตราส่วนระหว่างแรงดันไฟฟ้าสูงสุดกับกระแสไฟฟ้าสูงสุดในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Circuit) โดยเป็นค่าที่รวมผลของความต้านทาน (Resistance) ความเหนี่ยวนำ (Inductance) และความจุไฟฟ้า (Capacitance) เข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นวงจร AC แต่ค่า Impedance ยังคงมีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) เช่นเดียวกับ Resistance ในวงจร DC ค่า Impedance มีผลต่อการส่งสัญญาณ การจับคู่โหลด และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร ในงาน Instrumentation และ RF การควบคุม Impedance Matching มีความสำคัญอย่างมากในการลดการสะท้อนของสัญญาณและลดการสูญเสียพลังงาน


INFRARED — อินฟราเรด

Infrared คือช่วงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นยาวกว่าแสงสีแดงในสเปกตรัมที่ตามองเห็น โดยช่วงคลื่นที่มีประโยชน์สำหรับเครื่องตรวจจับรังสีและระบบวัดอุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 0.7 ถึง 20 ไมโครเมตร พลังงานอินฟราเรดถูกปล่อยออกมาจากวัตถุที่มีอุณหภูมิ และถูกนำมาใช้ในเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส เช่น Infrared Thermometer และ Thermal Imaging รวมถึงระบบตรวจจับความร้อนและเซ็นเซอร์ในงานอุตสาหกรรม


INTERFACE — อินเทอร์เฟซ

Interface หมายถึงจุดเชื่อมต่อหรือขอบเขตร่วมระหว่างระบบ อุปกรณ์ หรือส่วนประกอบสองส่วน ที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือสัญญาณกัน โดยอาจหมายถึงทั้งการเชื่อมต่อทางกายภาพ เช่น Connector และสายสัญญาณ หรือการเชื่อมต่อทางซอฟต์แวร์ผ่าน Protocol ต่างๆ ในระบบ Automation และ Instrumentation Interface มีความสำคัญต่อการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์จากหลายผู้ผลิต และเป็นพื้นฐานของการสื่อสารในระบบควบคุมสมัยใหม่


INTEROPERABILITY — ความสามารถในการทำงานร่วมกัน

Interoperability คือความสามารถของอุปกรณ์หรือระบบจากผู้ผลิตต่างกันในการทำงานร่วมกันได้ภายในระบบเดียว โดยยังคงฟังก์ชันการทำงานในระดับ Host หรือระบบควบคุมไว้ครบถ้วน ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ HART จากหลายผู้ผลิตสามารถเชื่อมต่อกับระบบเดียวกันและใช้งานแทนกันได้โดยไม่สูญเสียความสามารถหลักของระบบ แม้คำนี้มักถูกใช้ในเชิงการตลาด แต่ในทางเทคนิคถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของระบบ Automation สมัยใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นและรองรับอุปกรณ์หลายมาตรฐาน


INTRINSIC SAFETY — ความปลอดภัยแบบอินทรินสิก

Intrinsic Safety คือวิธีการป้องกันการระเบิดโดยจำกัดพลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในวงจรให้ต่ำกว่าระดับที่สามารถจุดติดบรรยากาศอันตรายได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะปกติหรือเกิดความผิดปกติของระบบ วิธีนี้เหมาะสำหรับอุปกรณ์กำลังต่ำ เช่น เครื่องมือวัด วงจรสื่อสาร และระบบควบคุมระยะไกลในพื้นที่ Hazardous Area ข้อดีของ Intrinsic Safety คือสามารถทำงานในพื้นที่อันตรายได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการระเบิดขนาดใหญ่แบบ Explosion-Proof


KINEMATIC VISCOSITY (υ) — ความหนืดจลน์

Kinematic Viscosity คืออัตราส่วนระหว่าง Dynamic Viscosity กับความหนาแน่นของของไหล โดยเขียนได้เป็นสมการ υ = μ/ρ ค่านี้ใช้แสดงพฤติกรรมการไหลของของเหลวภายใต้ผลของแรงโน้มถ่วง และนิยมใช้ในการวิเคราะห์คุณสมบัติของน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และของไหลในงาน Process Engineering หน่วยที่ใช้โดยทั่วไปคือ Stokes หรือ Centistokes (cSt)


LAMBDA — ค่าคงที่เวลาที่ต้องการของระบบปิด

Lambda คือค่าคงที่เวลาที่ต้องการของระบบควบคุมแบบปิด (Closed-Loop Time Constant) ซึ่งมักถูกกำหนดให้มีค่าใกล้เคียงกับค่า Lag Time ของระบบ เพื่อให้การตอบสนองของระบบควบคุมมีเสถียรภาพและเหมาะสม หลักการ Lambda Tuning ถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานปรับจูน PID Controller เพื่อให้ระบบตอบสนองได้รวดเร็วแต่ไม่เกิดการแกว่งมากเกินไป


LATENCY — ค่าความหน่วงเวลา

Latency คือระยะเวลาสูงสุดที่ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการสื่อสารหรือ Transaction จนกระทั่งกระบวนการนั้นเสร็จสมบูรณ์ ค่า Latency เป็นตัวชี้วัดสำคัญในระบบเครือข่ายและระบบควบคุมแบบ Real-Time เพราะหากมีความหน่วงสูง อาจทำให้การตอบสนองของระบบล่าช้า ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ Automation, SCADA หรือ Industrial Communication


LIFT — ระยะยกของวาล์ว

Lift คือระยะการยกตัวของ Disc ภายใน Pressure Relief Valve ขณะวาล์วเปิดทำงาน ระยะ Lift มีผลโดยตรงต่อพื้นที่การไหลและความสามารถในการระบายของวาล์ว หากวาล์วยกตัวได้ไม่เพียงพอ อาจทำให้ระบายแรงดันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นค่า Lift จึงเป็นพารามิเตอร์สำคัญในการออกแบบและทดสอบวาล์วนิรภัยในระบบแรงดัน


LINE DRIVER — ไลน์ไดรเวอร์

Line Driver คืออุปกรณ์ขยายและปรับสภาพสัญญาณดิจิทัลที่มีต้นทุนไม่สูง ใช้สำหรับช่วยให้การส่งสัญญาณในระยะทางไกลมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Modem อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสัญญาณ ลดผลกระทบจากสัญญาณรบกวน และรักษาคุณภาพของข้อมูลระหว่างการส่งผ่าน จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบสื่อสารอุตสาหกรรม ระบบ PLC และเครือข่ายควบคุมต่างๆ

LOWER EXPLOSIVE LIMIT (LEL) — ขีดจำกัดการระเบิดต่ำสุด

Lower Explosive Limit หรือ LEL คือค่าความเข้มข้นต่ำสุดของก๊าซหรือไอระเหยไวไฟในอากาศ ที่เมื่อเกิดการจุดติดแล้ว เปลวไฟยังสามารถลุกไหม้ต่อเนื่องได้แม้แหล่งกำเนิดประกายไฟจะถูกนำออกไปแล้ว หากความเข้มข้นต่ำกว่าค่า LEL ส่วนผสมจะ “บางเกินไป” จนไม่สามารถติดไฟต่อเนื่องได้ ค่า LEL มีความสำคัญอย่างมากในงานความปลอดภัยอุตสาหกรรม ระบบตรวจจับก๊าซ และการออกแบบพื้นที่ Hazardous Area เพราะใช้เป็นเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้หรือการระเบิดในกระบวนการผลิต


LOWPASS FILTERS — ฟิลเตอร์กรองความถี่ต่ำ

Lowpass Filter คือฟิลเตอร์ที่ยอมให้สัญญาณความถี่ต่ำผ่านได้ ขณะเดียวกันจะลดทอนหรือกำจัดสัญญาณรบกวนที่มีความถี่สูงออกไป ฟิลเตอร์ชนิดนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุม และระบบ Instrumentation เพื่อช่วยให้สัญญาณวัดมีความเรียบและเสถียรมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การกรอง Noise ออกจากสัญญาณ 4–20 mA หรือสัญญาณจากเซ็นเซอร์ในระบบ Process Control


MANCHESTER — การเข้ารหัสแบบแมนเชสเตอร์

Manchester เป็นเทคนิคการเข้ารหัสสัญญาณดิจิทัลที่กำหนดให้มีการเปลี่ยนสถานะของสัญญาณ (Signal Transition) ตรงกลางของทุก Bit Cell เสมอ วิธีนี้ช่วยให้ระบบสามารถซิงโครไนซ์สัญญาณนาฬิกา (Clock Synchronization) ได้ง่าย และลดปัญหาการสูญเสียจังหวะของข้อมูล การเข้ารหัสแบบ Manchester ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารดิจิทัล เช่น Ethernet รุ่นดั้งเดิมและระบบสื่อสารอุตสาหกรรมบางประเภท


MANUFACTURING RANGE — ช่วงความคลาดเคลื่อนในการผลิต

Manufacturing Range คือช่วงค่าที่ยอมให้ความดัน Burst Pressure ที่ผลิตจริงแตกต่างจากค่าที่กำหนดหรือค่าที่ระบุบนอุปกรณ์ได้ โดยค่าความดันแตกต้องยังอยู่ภายในช่วงที่กำหนดไว้ แม้คำนี้จะใช้ในมาตรฐานบางประเภท แต่ไม่ได้ถูกใช้ในมาตรฐาน ISO แนวคิดนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพและการทดสอบอุปกรณ์ป้องกันแรงดัน เช่น Rupture Disc และ Pressure Relief Device


MAXIMUM ALLOWABLE OPERATING PRESSURE (MAOP) — ความดันใช้งานสูงสุดที่ยอมให้ได้

Maximum Allowable Operating Pressure หรือ MAOP คือค่าความดันสูงสุดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างการทำงานปกติของระบบ ค่า MAOP ถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการควบคุมการเดินระบบและการออกแบบอุปกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะทำงานอยู่ในช่วงที่ปลอดภัยและไม่เกินขีดจำกัดของอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต


MAXIMUM ALLOWABLE WORKING PRESSURE (MAWP) — ความดันใช้งานสูงสุดที่อนุญาต

Maximum Allowable Working Pressure หรือ MAWP คือค่าความดันสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้งานอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานการออกแบบ เช่น ASME B31.3 สำหรับภาชนะรับแรงดัน โดยสำหรับภาชนะที่ไม่ได้รับความร้อนโดยตรง ค่า MAWP จะเท่ากับ Design Pressure ที่อุณหภูมิออกแบบเดียวกัน ค่า MAWP ถูกกำหนดจากชนิดของวัสดุ ความหนา และสภาวะการใช้งานที่ใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบ อุปกรณ์จะต้องไม่ถูกใช้งานเกินค่า MAWP หรือค่าที่เทียบเท่าที่อุณหภูมิอื่นนอกเหนือจากที่ออกแบบไว้ นอกจากนี้ ค่า MAWP ยังเป็นค่าความดันสูงสุดที่สามารถตั้งให้ Pressure Relief Valve เปิดทำงานได้อย่างปลอดภัย


MECHANICAL EMISSIVITY ENHANCEMENT — การเพิ่มค่า Emissivity ทางกล

Mechanical Emissivity Enhancement คือวิธีการเพิ่มค่าการแผ่รังสี (Emissivity) ของพื้นผิววัสดุให้ใกล้เคียงกับ Blackbody มากขึ้น โดยใช้หลักการสะท้อนหลายครั้ง (Multiple Reflection) ผ่านการออกแบบพื้นผิวหรือโครงสร้างทางกล เทคนิคนี้ช่วยให้พื้นผิวแผ่รังสีความร้อนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยเพิ่มความแม่นยำของการวัดอุณหภูมิแบบ Radiation หรือ Infrared Measurement ในงานอุตสาหกรรม


MICRON — ไมครอน

Micron เป็นหน่วยวัดขนาดหรือความยาวคลื่นที่มีค่าเท่ากับ 0.001 มิลลิเมตร หรือ 10,000 อังสตรอม (Å) หน่วยนี้นิยมใช้ในการวัดความยาวคลื่นของพลังงานรังสี เช่น อินฟราเรด รวมถึงใช้วัดขนาดอนุภาค ฝุ่น และตัวกรองในงานอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์วัสดุ ปัจจุบันหน่วย Micron มักเรียกในระบบ SI ว่าไมโครเมตร (Micrometer หรือ μm)


MODEM — โมเด็ม

Modem มาจากคำว่า Modulator-Demodulator เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แปลงสัญญาณดิจิทัลและสัญญาณแอนะล็อกให้สามารถส่งผ่านระบบสื่อสารได้ ที่ต้นทาง Modem จะทำการแปลงสัญญาณดิจิทัลให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะกับการส่งผ่านช่องสัญญาณแอนะล็อก เช่น สายโทรศัพท์ และเมื่อถึงปลายทาง จะทำการแปลงกลับเป็นสัญญาณดิจิทัลอีกครั้ง เทคโนโลยี Modem มีบทบาทสำคัญในระบบสื่อสารข้อมูล ระบบ Remote Monitoring และระบบควบคุมระยะไกลในยุคเริ่มต้นของ Industrial Communication


MORPHOLOGY — สัณฐานวิทยาของวัสดุ

Morphology คือการศึกษาเกี่ยวกับรูปร่าง ขนาด และลักษณะของอนุภาคหรือโครงสร้างที่ประกอบกันเป็นวัสดุ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างเหล่านั้นกับคุณสมบัติของวัสดุ เช่น ความเหนียว ความแข็งแรง หรือความไวต่อปฏิกิริยาเคมี ลักษณะทาง Morphology มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของวัสดุในกระบวนการผลิต การขึ้นรูป และสมบัติเชิงกล ในงานวัสดุศาสตร์และการวิเคราะห์ความเสียหาย การศึกษารูปร่างและโครงสร้างระดับจุลภาคมีความสำคัญอย่างมากต่อการควบคุมคุณภาพและการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ


MULTIPLEXING — การมัลติเพล็กซ์สัญญาณ

Multiplexing คือเทคนิคที่ใช้รวมสัญญาณข้อมูลหลายชุดหรือหลายช่องทางให้สามารถส่งผ่านช่องสัญญาณทางกายภาพเพียงเส้นเดียวได้พร้อมกัน โดยแต่ละสัญญาณจะถูกจัดการให้อยู่ร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกัน หลักการนี้ช่วยลดจำนวนสายสัญญาณ ลดต้นทุนระบบสื่อสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งข้อมูล เทคโนโลยี Multiplexing ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบเครือข่าย การสื่อสารข้อมูล และระบบ Instrumentation โดยกระบวนการแยกสัญญาณกลับออกมาที่ปลายทางเรียกว่า Demultiplexing


NARROWBAND PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบย่านแคบ

Narrowband Pyrometer คือเครื่องวัดอุณหภูมิแบบ Radiation Pyrometer ที่ไวต่อพลังงานรังสีเฉพาะในช่วงความยาวคลื่นแคบๆ ภายในสเปกตรัมรังสีทั้งหมด แทนที่จะวัดรังสีทุกช่วงคลื่น หลักการนี้ช่วยลดผลกระทบจากสัญญาณรบกวนและเพิ่มความแม่นยำในการวัดอุณหภูมิของวัตถุที่มีสภาวะเฉพาะ เช่น โลหะร้อนหรือพื้นผิวที่มีคุณสมบัติการแผ่รังสีแตกต่างกัน Optical Pyrometer ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ประเภท Narrowband Pyrometer ที่ใช้งานในอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย


NET CALORIFIC VALUE — ค่าความร้อนสุทธิ

Net Calorific Value คือค่าพลังงานความร้อนที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรของเชื้อเพลิงภายใต้สภาวะมาตรฐาน โดยค่าดังกล่าวจะน้อยกว่า Gross Calorific Value เสมอ เนื่องจากไม่รวมพลังงานแฝงที่สูญเสียไปกับการระเหยของน้ำที่เกิดขึ้นระหว่างการเผาไหม้ ค่า Net Calorific Value ถูกใช้ในการประเมินประสิทธิภาพเชื้อเพลิง การคำนวณสมดุลพลังงาน และการออกแบบระบบเผาไหม้ เช่น Boiler, Furnace และระบบพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม


NETWORK — เครือข่ายสื่อสาร

Network คือระบบที่ประกอบด้วยสื่อกลางการสื่อสาร ตัวเชื่อมต่อ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบสื่อสารสามารถรับส่งข้อมูลได้ ในระบบอุตสาหกรรม Network อาจรวมถึงสายสัญญาณ Switch Router Protocol และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ที่ใช้เชื่อมต่อ PLC, DCS, SCADA และอุปกรณ์ภาคสนามเข้าด้วยกัน เครือข่ายที่มีการออกแบบที่ดีจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความเร็ว และเสถียรภาพของระบบควบคุม


NEWTON — นิวตัน

Newton เป็นหน่วยสากลของแรงในระบบ SI โดยนิยามว่าเป็นแรงที่ทำให้มวล 1 กิโลกรัมเกิดความเร่ง 1 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง หน่วยนี้ใช้ในงานวิศวกรรม เครื่องกล และการคำนวณแรงในระบบอุตสาหกรรม โดย 1 Newton มีค่าประมาณ 0.2248 ปอนด์แรง หรือประมาณ 4 ออนซ์แรง


NONFRAGMENTING DISC — แผ่นดิสก์แตกแบบไม่เกิดเศษ

Nonfragmenting Disc คือ Rupture Disc ที่ถูกออกแบบให้เมื่อแตกหรือเปิดทำงานแล้ว จะไม่เกิดเศษชิ้นส่วนหลุดออกไปในระบบ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เศษวัสดุไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ด้านปลายทาง เช่น Pressure Relief Valve หรืออุปกรณ์ Process อื่นๆ การออกแบบลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบป้องกันแรงดันเกิน


NONINCENDIARY — แบบไม่ก่อให้เกิดการจุดติด

Nonincendiary คือคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ในสภาวะการทำงานปกติจะไม่สามารถเป็นแหล่งจุดติดของบรรยากาศอันตรายได้ กล่าวคือ อุณหภูมิพื้นผิวของอุปกรณ์จะไม่สูงเกินอุณหภูมิที่ทำให้ก๊าซติดไฟ และไม่มีหน้าสัมผัสหรือการเคลื่อนที่ที่สร้างพลังงานเพียงพอให้เกิดการจุดระเบิด อุปกรณ์ประเภทนี้ถูกใช้งานในพื้นที่ Division 2 ซึ่งมีโอกาสเกิดก๊าซอันตรายเฉพาะในสภาวะผิดปกติ และอาศัยหลักการว่าความผิดปกติที่ก่อให้เกิดการจุดติดพร้อมกับการรั่วของก๊าซนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกันต่ำมาก


OIL IMMERSION — การจุ่มในน้ำมัน

Oil Immersion คือแนวคิดการป้องกันการระเบิดหรือประกายไฟ โดยให้อุปกรณ์ไฟฟ้าจุ่มอยู่ในน้ำมันที่มีระดับลึกเพียงพอที่จะดับประกายไฟหรืออาร์กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในได้ เทคนิคนี้นิยมใช้กับอุปกรณ์กำลังไฟฟ้าสูง เช่น Switchgear หรืออุปกรณ์ตัดต่อไฟฟ้า แต่โดยทั่วไปไม่นิยมใช้กับเครื่องมือวัดหรือระบบ Instrumentation เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างและการบำรุงรักษา


OPERATING PRESSURE — ความดันใช้งาน

Operating Pressure คือค่าความดันที่ภาชนะหรือระบบ Process ถูกใช้งานจริงระหว่างการเดินระบบ โดยทั่วไปแสดงในหน่วย PSIG (Pounds per Square Inch Gauge) ภาชนะหรืออุปกรณ์ Process มักถูกออกแบบให้มีค่า Maximum Allowable Working Pressure (MAWP) สูงกว่าความดันใช้งาน เพื่อสร้าง Safety Margin และป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ป้องกันแรงดัน เช่น Pressure Relief Valve เปิดทำงานจากการแกว่งตัวเล็กน้อยของความดันในระบบ โดยทั่วไปแนะนำให้มี Margin ประมาณ 10% หรือไม่น้อยกว่า 25 psi (173 kPa) แล้วแต่ค่าใดมากกว่า เพื่อให้ระบบทำงานได้เสถียรและลดการเปิด–ปิดของ Relief Valve โดยไม่จำเป็น


OPERATING PRESSURE MARGIN — ส่วนเผื่อความดันใช้งาน

Operating Pressure Margin คือค่าความแตกต่างระหว่าง Maximum Operating Pressure ของระบบ กับค่า Set Pressure ของ Pressure Relief Valve (PRV) ส่วนเผื่อนี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้วาล์วนิรภัยเปิดทำงานจากการแกว่งตัวเล็กน้อยของความดันระหว่างการเดินระบบปกติ หาก Operating Pressure อยู่ใกล้กับ Set Pressure มากเกินไป อาจทำให้ PRV เปิด–ปิดบ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดการสึกหรอ การรั่ว และลดอายุการใช้งานของวาล์ว ดังนั้นการกำหนด Operating Pressure Margin ที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบระบบป้องกันแรงดันเกิน


OPERATING PRESSURE RATIO — อัตราส่วนความดันใช้งาน

Operating Pressure Ratio คืออัตราส่วนระหว่าง Maximum Operating Pressure กับค่า Set Pressure ของ Pressure Relief Valve (PRV) โดยค่าดังกล่าวใช้ประเมินว่าสภาวะการทำงานของระบบอยู่ใกล้กับจุดเปิดของวาล์วนิรภัยมากเพียงใด หากค่า Ratio สูงเกินไป อาจทำให้วาล์วเกิดการเปิดก่อนเวลา เกิดการสั่น (Chatter/Flutter) หรือเกิดปัญหาการรั่วของ Seat ได้ ในงานออกแบบระบบแรงดัน ค่า Operating Pressure Ratio จึงถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกชนิดและขนาดของ Relief Valve


OPERATING RATIO OF A RUPTURE DISC — อัตราส่วนการใช้งานของแผ่นแตก

Operating Ratio of a Rupture Disc คืออัตราส่วนระหว่าง Maximum Operating Pressure กับค่าความดันแตกของ Rupture Disc โดยในมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา จะใช้อัตราส่วนเทียบกับ Marked Burst Pressure และแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ ส่วนในมาตรฐาน ISO จะใช้อัตราส่วนเทียบกับค่าต่ำสุดของช่วงค่าความคลาดเคลื่อน (Minimum Performance Tolerance) ค่า Operating Ratio ใช้ในการประเมินว่า Rupture Disc สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยภายใต้สภาวะใช้งานจริงหรือไม่ หาก Operating Ratio สูงเกินไป อาจทำให้แผ่นแตกเกิดความล้าหรือแตกก่อนกำหนด


OPTICAL PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบแสง

Optical Pyrometer หรือที่เรียกว่า Brightness Pyrometer เป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสที่ใช้รังสีในช่วงแสงที่มองเห็นได้ โดยเฉพาะช่วงความยาวคลื่นประมาณ 0.4 ถึง 0.7 ไมโครเมตร เครื่องมือนี้วัดอุณหภูมิโดยใช้เทคนิคเปรียบเทียบความสว่างหรือสีของวัตถุกับแหล่งอ้างอิง การวัดแบบนี้เหมาะสำหรับวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น โลหะหลอม เตาเผา หรือกระบวนการที่ไม่สามารถใช้เซ็นเซอร์สัมผัสโดยตรงได้ Optical Pyrometer เป็นพื้นฐานสำคัญของระบบ Radiation Temperature Measurement ในงานอุตสาหกรรม


OVERPRESSURE — ความดันเกินค่าตั้ง

Overpressure คือค่าความดันที่เพิ่มสูงเกินจาก Set Pressure ของอุปกรณ์ป้องกันแรงดันหลัก เช่น Pressure Relief Valve หากค่า Set Pressure เท่ากับ Maximum Allowable Operating Pressure (MAOP) ค่า Overpressure จะมีค่าเท่ากับ Accumulation อย่างไรก็ตาม หาก Set Pressure ต่ำกว่า MAOP ค่า Overpressure อาจมีค่ามากกว่า 10% ของ Set Pressure ได้ ค่า Overpressure เป็นพารามิเตอร์สำคัญในการออกแบบระบบป้องกันแรงดันเกิน และใช้ประเมินความสามารถของระบบในการรองรับสภาวะผิดปกติระหว่างการระบายแรงดัน


PARTIAL PRESSURE — ความดันย่อย

Partial Pressure คือค่าความดันของก๊าซชนิดใดชนิดหนึ่งภายในส่วนผสมของก๊าซ โดยนิยามว่าเป็นค่าความดันที่ก๊าซนั้นจะมี หากมันครอบครองปริมาตรทั้งหมดเพียงลำพังที่อุณหภูมิเดียวกับส่วนผสม หลักการนี้เป็นพื้นฐานของกฎของดอลตัน (Dalton’s Law) และมีความสำคัญในงาน Process Engineering ระบบก๊าซ การควบคุมความชื้น และการวิเคราะห์การเผาไหม้


PASCAL-SECOND (Pa·s) — ปาสคาล–วินาที

Pascal-Second หรือ Pa·s เป็นหน่วยสากลของค่าความหนืดสัมบูรณ์ (Absolute หรือ Dynamic Viscosity) ในระบบ SI โดย 1 Pa·s มีค่าเท่ากับ 1 Newton-second per square meter หรือเท่ากับ 10 Poise และ 1000 Centipoise หน่วยนี้ใช้ในการวัดและคำนวณพฤติกรรมการไหลของของเหลวในงาน Process Engineering, Fluid Mechanics และการออกแบบระบบท่อและปั๊มในอุตสาหกรรม


PVDF (POLYVINYLIDENE FLUORIDE) — โพลีไวนิลิดีนฟลูออไรด์

PVDF เป็นวัสดุฟลูออโรคาร์บอนที่มีคุณสมบัติทนการสึกหรอและทนแรงกระแทกได้ดีกว่าวัสดุฟลูออโรคาร์บอนหลายชนิด รวมถึงมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าเฉพาะตัว โดยมีค่า Dielectric Constant ประมาณ 8 อย่างไรก็ตาม PVDF มีช่วงอุณหภูมิใช้งานต่ำกว่าวัสดุในกลุ่มเดียวกัน โดยใช้งานได้ประมาณ 250°F หรือ 120°C และมีความเฉื่อยทางเคมีต่ำกว่า วัสดุชนิดนี้สามารถถูกทำละลายได้ด้วยสารกลุ่ม Ketone เช่น Acetone, MEK และ MIBK รวมถึงถูกกัดกร่อนโดย Benzene และกรดซัลฟิวริกเข้มข้น นอกจากนี้ สาร Caustic ยังสามารถทำให้ PVDF เกิดความเปราะและแตกร้าวได้ จึงต้องพิจารณาสภาพการใช้งานอย่างเหมาะสมในงาน Instrumentation และระบบท่ออุตสาหกรรม


PE (POLYETHYLENE) — โพลีเอทิลีน

PE หรือ Polyethylene เป็นวัสดุฉนวนที่เหมาะกับการใช้งานอุณหภูมิต่ำ และสามารถทนต่อสารเคมีหลายชนิดได้ดี อย่างไรก็ตาม วัสดุชนิดนี้จะถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพเมื่อสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส่วนใหญ่ จึงมักใช้ในงานที่ไม่อนุญาตให้ใช้วัสดุกลุ่ม Fluorocarbon หรือ Chlorocarbon เช่น อุตสาหกรรมยาสูบและอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โดยทั่วไป PE สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 180°F หรือ 80°C ในงาน Instrumentation และระบบสายสัญญาณ PE มักถูกใช้เป็นฉนวนของสายไฟหรือโพรบที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีทั่วไป


PEEK (POLYETHER ETHERKETONE) — พอลิอีเทอร์อีเทอร์คีโตน

PEEK เป็นโพลิเมอร์ชนิดขึ้นรูปด้วยการฉีด (Injection-Molded Polymer) ที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิสูง และมีความเฉื่อยทางเคมีค่อนข้างดี วัสดุชนิดนี้รองรับการใช้งานกับสารเคมีได้หลากหลาย และสามารถใช้งานในช่วงอุณหภูมิประมาณ 450 ถึง 500°F หรือ 225 ถึง 260°C อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานร่วมกับของเหลวที่มีสาร “Phenol” เป็นส่วนประกอบ เนื่องจากอาจทำให้วัสดุเสียหายได้ อีกทั้งการยึดติดด้วยกาวกับชิ้นส่วน PEEK ทำได้ค่อนข้างยาก PEEK ถูกใช้อย่างแพร่หลายในชิ้นส่วนเครื่องมือวัด ซีล และอุปกรณ์ Process ที่ต้องการความแข็งแรงและทนสารเคมีสูง


PFA (PERFLUOROALKOXY) — เพอร์ฟลูออโรอัลคอกซี

PFA เป็นวัสดุกลุ่ม Fluorocarbon ที่มีความเฉื่อยทางเคมีสูงมาก สามารถหลอมและเชื่อมด้วยความร้อนได้ง่าย และทนต่ออุณหภูมิสูงได้ถึงประมาณ 550°F หรือ 290°C อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาใช้เป็นฉนวนของโพรบหรืออุปกรณ์ที่ยึดติดกับแกนโลหะ อุณหภูมิใช้งานจริงมักถูกจำกัดไว้ประมาณ 350°F หรือ 175°C เนื่องจากข้อจำกัดของการยึดติดระหว่างวัสดุกับโลหะ ด้วยคุณสมบัติการทนสารเคมีที่ดี PFA จึงถูกใช้ในระบบวัดและระบบท่อที่ต้องสัมผัสสารกัดกร่อนรุนแรงในอุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี


PHASE DIFFERENCE SENSOR (PDS) — เซ็นเซอร์วัดระดับแบบเฟสดิฟเฟอเรนซ์

Phase Difference Sensor หรือ PDS เป็นเทคโนโลยีการวัดระดับแบบเรดาร์ชนิดสัมผัส ซึ่งแตกต่างจากระบบที่ใช้หลัก Time Domain Reflectometry (TDR) โดยระบบ PDS จะคำนวณระดับของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงของมุมเฟส (Phase Angle) ของสัญญาณ แทนการวัดเวลาการเดินทางของคลื่นในระดับ Subnanosecond หลักการนี้ช่วยให้ระบบสามารถตรวจวัดระดับได้อย่างแม่นยำในบางสภาวะ Process และถูกนำมาใช้ในงานวัดระดับของเหลวหรือของแข็งในอุตสาหกรรม


PHOTODETECTOR — โฟโตดีเทกเตอร์

Photodetector คืออุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัดพลังงานรังสีหรือพลังงานแสง โดยสร้างสัญญาณเอาต์พุตจากการเปลี่ยนแปลงทางไฟฟ้าภายในตัววัสดุของอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้มักเป็นผลึกขนาดเล็ก เช่น CdS หรือ InSb ซึ่งตอบสนองต่อช่วงความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน ทำให้อุปกรณ์มีความไวต่อสเปกตรัมเฉพาะช่วงสูง Photodetector ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบตรวจจับแสง เครื่องมือวัดรังสี อินฟราเรดเซ็นเซอร์ และระบบวัดอุณหภูมิแบบ Radiation Measurement


PIXEL (“PICTURE ELEMENT”) — พิกเซล

Pixel หรือ Picture Element คือหน่วยภาพที่เล็กที่สุดของภาพดิจิทัล โดยแต่ละ Pixel จะแสดงข้อมูลสีหรือความเข้มของแสงในตำแหน่งหนึ่งของภาพ จำนวนและขนาดของ Pixel มีผลโดยตรงต่อความละเอียดของภาพ เทคโนโลยี Pixel ถูกใช้ในระบบกล้องดิจิทัล Machine Vision ระบบตรวจสอบคุณภาพด้วยภาพ และอุปกรณ์แสดงผลในงานอุตสาหกรรมอัตโนมัติ


PLENUM — ห้องหรือช่องกระจายอากาศ

Plenum คือช่อง ห้อง หรือท่อที่ใช้สำหรับกระจายอากาศภายในระบบระบายอากาศและระบบปรับอากาศ (HVAC) โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมหรือกระจายการไหลของอากาศก่อนส่งไปยังส่วนต่างๆ ของระบบ ในงานอุตสาหกรรมและอาคาร Plenum มีความสำคัญต่อการควบคุมการไหลเวียนอากาศ การระบายความร้อน และการควบคุมคุณภาพอากาศภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน


POISE (μ) — พอยซ์

Poise เป็นหน่วยของค่าความหนืดสัมบูรณ์หรือ Dynamic Viscosity ในระบบ cgs โดยมีหน่วยเทียบเท่า dyne-second per square centimeter หน่วยนี้ใช้ในการวัดความต้านทานการไหลของของเหลว และเป็นพื้นฐานของหน่วย Centipoise (cP) ซึ่งนิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมมากกว่า เช่น การวัดความหนืดของน้ำมัน สี หรือสารเคมีในกระบวนการผลิต


POISEUILLE (Pl) — ปัวซอยล์

Poiseuille เป็นชื่อที่เคยถูกเสนอให้ใช้เป็นหน่วยมาตรฐานสากลใหม่สำหรับค่าความหนืด โดยมีค่าเทียบเท่ากับ Pascal-second (Pa·s) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันหน่วย Pascal-second ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างเป็นทางการในระบบ SI มากกว่า ชื่อ Poiseuille จึงพบได้ในเอกสารทางเทคนิคหรือทางประวัติศาสตร์บางส่วนเกี่ยวกับการวัดความหนืด


POLAROGRAPHY — โพลารอกราฟี

Polarography คือเทคนิคการวิเคราะห์ทางไฟฟ้าเคมีที่ใช้ติดตามการไหลของกระแสแบบ Diffusion Current ระหว่าง Working Electrode และ Auxiliary Electrode ขณะมีการเปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ระบบอย่างต่อเนื่อง ความเข้มข้นของสารที่ต้องการวิเคราะห์ (Analyte) จะส่งผลโดยตรงต่อค่ากระแสที่ไหล ซึ่งมีความสัมพันธ์แบบเชิงเส้นกับความเข้มข้นของสาร เทคนิค Polarography สามารถใช้ได้ทั้งกับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงแบบคงที่ แบบพัลส์ หรือแบบกระแสสลับ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานที่สำคัญคือการวัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen Measurement) ในระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำและกระบวนการอุตสาหกรรม


POTENTIOMETRY — โพเทนชิโอเมตรี

Potentiometry คือเทคนิคการวัดทางไฟฟ้าเคมีที่ทำงานภายใต้สภาวะที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลระหว่างอิเล็กโทรด โดยระบบจะตรวจวัดค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้า (Electromotive Force) หรือความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่าง Measuring Electrode และ Reference Electrode ที่สภาวะกระแสเป็นศูนย์ หลักการนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องมือวิเคราะห์ เช่น pH Meter, ORP Analyzer และ Ion Selective Electrode ซึ่งค่าศักย์ไฟฟ้าที่วัดได้จะสัมพันธ์กับความเข้มข้นของสารที่ต้องการวิเคราะห์ Potentiometry เป็นพื้นฐานสำคัญของระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำและกระบวนการทางเคมีในงานอุตสาหกรรม


POTTING — การพอตติ้ง

Potting คือกระบวนการใช้สาร Potting Compound ห่อหุ้มหรือเติมปิดล้อมชิ้นส่วนที่มีไฟฟ้าอยู่ทั้งหมดภายในอุปกรณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้บรรยากาศอันตรายสัมผัสกับส่วนที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อน แนวคิดนี้ถูกเสนอให้เป็นวิธีป้องกันการระเบิดในพื้นที่ Hazardous Area อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติมักไม่ถูกใช้งานเพียงลำพัง แต่จะใช้ร่วมกับวิธีป้องกันอื่นๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือวัด


PP (POLYPROPYLENE) — โพลีโพรพิลีน

PP หรือ Polypropylene เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายกับ Polyethylene (PE) โดยนิยมใช้ในงานที่ต้องการต้นทุนต่ำ และในกรณีที่ไม่อนุญาตให้ใช้วัสดุกลุ่ม Fluorocarbon หรือ Chlorocarbon วัสดุชนิดนี้สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิประมาณ 200°F และมีความทนทานต่อสารเคมีหลายชนิด จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานระบบท่อ อุปกรณ์ Instrumentation และชิ้นส่วนที่สัมผัสสารเคมีทั่วไปในอุตสาหกรรม


PRESSURE-RELIEVING DEVICE — อุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน

Pressure-Relieving Device เป็นคำเรียกรวมสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันแรงดันเกินในระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้ง Rupture Disc และ Pressure Relief Valve หลายประเภท รวมถึงแบบ Spring-Loaded และบางประเภทของ Pilot-Operated Valve อุปกรณ์เหล่านี้มีหน้าที่ช่วยระบายแรงดันส่วนเกินออกจากระบบเมื่อความดันสูงเกินค่าที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ ภาชนะรับแรงดัน และเพิ่มความปลอดภัยของกระบวนการผลิต


PRESSURE RELIEF VALVE (PRV) — วาล์วระบายแรงดัน

Pressure Relief Valve หรือ PRV เป็นคำเรียกรวมของ Relief Valve, Safety Valve และ Pilot-Operated Valve ซึ่งมีหน้าที่เปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อความดันในระบบสูงถึงค่าที่ตั้งไว้ เพื่อระบายก๊าซหรือของเหลวส่วนเกินออกไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย ช่วยป้องกันไม่ให้ความดันในระบบสูงเกินขีดจำกัดที่อุปกรณ์สามารถรับได้ PRV ถือเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญอย่างยิ่งในระบบ Process, Boiler, Pressure Vessel และระบบท่ออุตสาหกรรม


PRIMARY STANDARD — มาตรฐานปฐมภูมิ

Primary Standard คือเครื่องมือวัดหรืออุปกรณ์มาตรฐานที่ผ่านการสอบเทียบโดยห้องปฏิบัติการมาตรฐานระดับประเทศ เช่น NIST (National Institute of Standards and Technology) และใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงสำหรับสอบเทียบเครื่องมือวัดอื่นๆ ต่อไป ความถูกต้องของ Primary Standard มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบ Calibration และการรักษาความแม่นยำของเครื่องมือ Instrumentation ในโรงงานอุตสาหกรรม


PROOF — หน่วยวัดความเข้มข้นแอลกอฮอล์

Proof เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะหรือความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยใช้บ่งบอกปริมาณแอลกอฮอล์ในสารละลาย หลักการนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


PROTOCOL — โปรโตคอล

Protocol คือคำอธิบายอย่างเป็นทางการของกฎ ระเบียบ และรูปแบบการสื่อสารที่กำหนดวิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์บนเครือข่ายเดียวกัน Protocol จะกำหนดทั้งรูปแบบข้อมูล วิธีการส่ง การตอบสนอง และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ในงาน Instrumentation และ Industrial Communication มีการใช้ Protocol หลายชนิด เช่น HART, Modbus, Profibus, FOUNDATION Fieldbus และ Ethernet/IP เพื่อให้อุปกรณ์จากหลายผู้ผลิตสามารถสื่อสารร่วมกันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


(P)TFE (TETRAFLUOROETHYLENE) — พอลิเมอร์เททราฟลูออโรเอทิลีน

(P)TFE หรือ Polytetrafluoroethylene เป็นวัสดุ Fluorocarbon ที่เก่าแก่ที่สุด ทนต่ออุณหภูมิสูง และมีความเฉื่อยทางเคมีสูงมาก จึงเป็นวัสดุฉนวนของโพรบที่นิยมใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรม วัสดุชนิดนี้สามารถใช้งานได้ถึงประมาณ 550°F หรือ 290°C อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิใช้งานจริงของโพรบจะขึ้นอยู่กับวิธีการยึดติดกับแกนโลหะ ซึ่งอาจจำกัดอยู่ที่ 300, 450 หรือ 550°F แม้ PTFE จะทนสารเคมีได้ดีมาก แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถหลอมเพื่อเชื่อมแบบ Plastic Weld ได้ เนื่องจากเมื่อได้รับความร้อนสูงมากจะสลายตัวแทนการหลอม และอาจปล่อยก๊าซ HF เมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 600°F นอกจากนี้ วัสดุยังมีลักษณะ Microporosity สูง และสามารถถูกทำลายได้จากสารบางชนิด เช่น Butadiene และ Styrene Monomer โดยตัว “P” ใน (P)TFE หมายถึง Polymerized นั่นเอง


PURGING, PRESSURIZATION, VENTILATION — การเพอร์จ การอัดความดัน และการระบายอากาศ

Purging, Pressurization และ Ventilation เป็นวิธีการป้องกันอันตรายในพื้นที่ Hazardous Area โดยใช้หลักการรักษาความดันบวกเล็กน้อยของอากาศหรือก๊าซเฉื่อยภายใน Enclosure เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซหรือบรรยากาศอันตรายจากภายนอกเข้าสู่อุปกรณ์ วิธีนี้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลายขนาดและประเภท ทั้งระบบควบคุม ตู้ไฟฟ้า และเครื่องมือวัดในโรงงานอุตสาหกรรม หลักการดังกล่าวได้รับความนิยมมากขึ้นในระบบ Automation สมัยใหม่ เพราะช่วยให้สามารถใช้อุปกรณ์ทั่วไปในพื้นที่อันตรายได้โดยเพิ่มระบบป้องกันที่เหมาะสม


QUEVENNE DEGREE — หน่วยเควินน์

Quevenne Degree เป็นหน่วยวัดค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ที่ใช้สำหรับแสดงปริมาณไขมันในนมและผลิตภัณฑ์นม หน่วยนี้ถูกใช้ในอุตสาหกรรมนมเพื่อช่วยควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบความเข้มข้น และประเมินองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการผลิต


RACEWAY — รางเดินสาย

Raceway เป็นคำเรียกรวมของระบบรางหรือช่องทางที่ใช้สำหรับเดินสายไฟและสายสัญญาณ เช่น Conduit, Cable Tray, Tubing หรือ Enclosed Channel ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับและป้องกันสายไฟจากความเสียหายทางกายภาพ ความชื้น หรือสภาพแวดล้อมในโรงงาน การเลือกใช้ Raceway ที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และความสะดวกในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและ Instrumentation


RADAR (RADIO DETECTION AND RANGING) — เรดาร์

Radar หรือ Radio Detection and Ranging คือระบบที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุในการตรวจจับและระบุตำแหน่งของวัตถุ โดยระบบจะส่งคลื่นความถี่วิทยุออกไปเป็นลำคลื่น และตรวจจับสัญญาณสะท้อนกลับจากวัตถุ เพื่อนำเวลาระหว่างการส่งและการรับสัญญาณมาคำนวณหาระยะทางหรือระดับของวัตถุ เทคโนโลยี Radar ถูกใช้ในงานวัดระดับ การนำทาง การตรวจจับวัตถุ และระบบควบคุมในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเครื่องวัดระดับแบบ Radar Level Transmitter ที่นิยมใช้ในถังเก็บสารเคมีและกระบวนการ Process


RADIO FREQUENCY (RF) — ความถี่วิทยุ

Radio Frequency หรือ RF คือช่วงความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สูงกว่าความถี่เสียง แต่ต่ำกว่าช่วงอินฟราเรด โดยช่วงความถี่ RF เริ่มตั้งแต่ประมาณ 20 kHz ไปจนถึงประมาณ 100,000 MHz คลื่น RF ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบสื่อสารไร้สาย ระบบ Radar ระบบวัดระดับ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถส่งพลังงานและข้อมูลได้ในระยะไกล


RADIO FREQUENCY INTERFERENCE (RFI) — การรบกวนจากคลื่นความถี่วิทยุ

Radio Frequency Interference หรือ RFI คือปรากฏการณ์ที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดหนึ่งไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ตัวอย่างเช่น สัญญาณจากวิทยุ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณ RF อาจทำให้สัญญาณของเครื่องมือวัดผิดเพี้ยน ในระบบ Instrumentation และ Control System การป้องกัน RFI มีความสำคัญอย่างมาก โดยมักใช้ Shielding, Grounding และการออกแบบสายสัญญาณที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว


RATED RELIEVING CAPACITY — ความสามารถในการระบายตามพิกัด

Rated Relieving Capacity คือค่าความสามารถสูงสุดในการระบายของ Pressure Relief Valve (PRV) ซึ่งโดยทั่วไปจะระบุอยู่บน Nameplate ของวาล์ว ค่านี้จะต้องสูงกว่าค่าความสามารถในการระบายที่ระบบต้องการจริง เพื่อให้มั่นใจว่าวาล์วสามารถป้องกันแรงดันเกินได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ Rated Relieving Capacity ยังใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบระบบท่อระบายและ Vent Header ของระบบป้องกันแรงดันเกิน


RATIO PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบอัตราส่วน

Ratio Pyrometer เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Two-Color Pyrometer ซึ่งเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิแบบ Radiation ที่ใช้การเปรียบเทียบพลังงานรังสีจากสองช่วงความยาวคลื่นในการคำนวณอุณหภูมิ หลักการนี้ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ Emissivity หรือสิ่งสกปรกบนพื้นผิววัตถุ ทำให้สามารถวัดอุณหภูมิได้แม่นยำมากขึ้นในสภาวะอุตสาหกรรมที่มีฝุ่น ควัน หรือพื้นผิวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


REACTANCE (X) — รีแอคแตนซ์

Reactance คือส่วนหนึ่งของค่า Impedance ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ ที่เกิดจากผลของ Capacitance, Inductance หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน ค่า Reactance แสดงถึงการต้านการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าในวงจร AC และมีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω) ค่า Reactance มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และระบบควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์


REAR MOUNT — การติดตั้งแบบด้านท้าย

Rear Mount คือเทคนิคการติดตั้งโพรบโดยยึดโพรบไว้ที่ปลายท่อ และเดินสาย Coaxial Cable ผ่านภายในท่อขึ้นไปยังด้านบนของถัง วิธีนี้ช่วยสร้างส่วนที่ไม่ Active ของโพรบให้มีความยาวมากขึ้น เหมาะสำหรับงานวัดระดับในถังหรือ Vessel ที่มีสภาวะ Process รุนแรง อย่างไรก็ตาม สาย Coaxial ที่อยู่ภายในท่อจะต้องสามารถทนต่ออุณหภูมิของ Process ได้ จึงมักต้องใช้สายชนิดทนอุณหภูมิสูงในการติดตั้ง


REFLECTANCE OR REFLECTIVITY (R) — ค่าการสะท้อนรังสี

Reflectance หรือ Reflectivity คือเปอร์เซ็นต์ของพลังงานรังสีทั้งหมดที่ตกกระทบบนพื้นผิวของวัตถุ แล้วสะท้อนกลับออกไปทันทีโดยไม่ถูกดูดซับหรือส่งผ่านเข้าสู่วัสดุ สำหรับ Blackbody ค่า Reflectance จะเท่ากับศูนย์ ส่วนพื้นผิวที่ขัดมันมากจะมีค่า Reflectance ใกล้ 100% ความสัมพันธ์ของค่าการสะท้อนสามารถเขียนได้เป็น R = 1 − A − T โดยที่ A คือ Absorbance และ T คือ Transmittance หลักการนี้มีความสำคัญต่อการวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด ระบบ Optical Measurement และการวิเคราะห์คุณสมบัติของพื้นผิววัสดุในงานอุตสาหกรรม


RELATIVE HUMIDITY — ความชื้นสัมพัทธ์

Relative Humidity คืออัตราส่วนระหว่างปริมาณไอน้ำที่มีอยู่จริงในส่วนผสมของก๊าซ เทียบกับปริมาณไอน้ำสูงสุดที่ก๊าซนั้นสามารถรองรับได้ในสภาวะอิ่มตัว ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน กล่าวอีกแบบคือ เป็นการเปรียบเทียบว่าปัจจุบันอากาศมีความชื้นอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ของจุดอิ่มตัว ค่า Relative Humidity มีความสำคัญต่อระบบ HVAC ห้องสะอาด กระบวนการอบแห้ง และระบบควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความชื้นมีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ การกัดกร่อน และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต


RELATIVE VISCOSITY — ความหนืดสัมพัทธ์

Relative Viscosity คืออัตราส่วนระหว่างค่าความหนืดสัมบูรณ์ของของไหลที่อุณหภูมิใดอุณหภูมิหนึ่ง เทียบกับค่าความหนืดของน้ำที่อุณหภูมิ 20°C หรือ 68°F ซึ่งน้ำที่อุณหภูมินี้มีค่าความหนืดประมาณ 1.002 cP ดังนั้นค่าความหนืดสัมพัทธ์ของของไหลจึงมีค่าใกล้เคียงกับค่าความหนืดสัมบูรณ์ในหน่วย Centipoise นอกจากนี้ เนื่องจากน้ำมีความหนาแน่นประมาณ 1 ทำให้ค่าความหนืดจลน์ของน้ำที่ 20°C มีค่าเท่ากับประมาณ 1.002 cSt หลักการนี้ใช้ในการเปรียบเทียบคุณสมบัติการไหลของของเหลวในงาน Process และ Fluid Engineering


RELIEF VALVE — วาล์วระบายแรงดัน

Relief Valve คืออุปกรณ์ระบายแรงดันอัตโนมัติที่ทำงานจากแรงดันสถิตด้านขาเข้าของวาล์ว โดยวาล์วจะเปิดมากขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของความดันเหนือค่าความดันใช้งาน (Operating Pressure) Relief Valve ถูกใช้งานหลักกับระบบของเหลว เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันในระบบสูงเกินค่าที่ปลอดภัย หลักการเปิดแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้สามารถควบคุมการระบายของไหลได้เหมาะสมกับสภาวะของระบบ


RELIEVING PRESSURE — ความดันขณะระบาย

Relieving Pressure คือผลรวมระหว่าง Opening Pressure และค่า Overpressure โดยเป็นค่าความดันที่วัดได้บริเวณทางเข้าของวาล์ว ขณะที่วาล์วกำลังระบายของไหลอยู่ และเป็นค่าที่ใช้ในการกำหนดหรือคำนวณความสามารถในการระบาย (Relieving Capacity) ของวาล์ว ค่า Relieving Pressure เป็นพารามิเตอร์สำคัญในการออกแบบระบบป้องกันแรงดันเกินและการเลือกขนาด Pressure Relief Valve


REOPENING PRESSURE — ความดันเปิดซ้ำ

Reopening Pressure คือค่าความดันที่ทำให้วาล์วกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังจากที่วาล์วได้ปิดตัวลงจากการระบายครั้งก่อน และความดันในระบบเพิ่มขึ้นใหม่โดยเร็ว ค่า Reopening Pressure มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของ Pressure Relief Valve และความเสถียรของระบบแรงดัน โดยเฉพาะในระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว


RESISTIVE COMPONENT — องค์ประกอบเชิงความต้านทาน

ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Circuit) กระแสไฟฟ้าสามารถแยกออกเป็นองค์ประกอบต่างๆ ได้ โดยส่วนที่มีเฟสตรงกับแรงดันกระตุ้น (Excitation Voltage) เรียกว่า Resistive Component ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานจริงในวงจร แตกต่างจากส่วน Reactive ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บและคืนพลังงานในตัวเหนี่ยวนำหรือคาปาซิเตอร์ การวิเคราะห์ Resistive Component มีความสำคัญต่อการคำนวณกำลังไฟฟ้าและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า


RESISTIVITY (ρ) — ค่าความต้านทานจำเพาะ

Resistivity คือคุณสมบัติของวัสดุนำไฟฟ้าที่บ่งบอกว่าวัสดุนั้นมีความต้านทานต่อการไหลของกระแสไฟฟ้ามากเพียงใด โดยนิยามจากค่าความต้านทานของวัสดุรูปทรงลูกบาศก์ขนาดหนึ่งหน่วย หน่วยของ Resistivity คือโอห์ม–เซนติเมตร (Ω·cm) ค่านี้มีความสำคัญต่อการเลือกวัสดุสำหรับงานไฟฟ้า สายสัญญาณ เซ็นเซอร์ และระบบ Grounding ในงาน Instrumentation และ Electrical Engineering


RICHTER DEGREES — หน่วยริกเตอร์

Richter Degrees เป็นหน่วยของค่าความถ่วงจำเพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับใช้ประเมินหรือแสดงความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในสารละลาย หน่วยนี้มีบทบาทในการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


ROENTGEN (R) — เรินต์เกน

Roentgen เป็นหน่วยที่ใช้แสดงความเข้มของสนามรังสี โดยในสนามรังสีขนาด 1 Roentgen จะทำให้เกิดคู่ไอออนประมาณ 2.08 พันล้านคู่ในอากาศปริมาตร 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร หน่วยนี้ถูกใช้ในงานวัดรังสีและการประเมินความเข้มของรังสีในงานอุตสาหกรรมและงานด้านนิวเคลียร์


ROENTGEN EQUIVALENT MAN (REM) — เรม

REM เป็นหน่วยที่ใช้แสดงปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับ โดยสัมพันธ์กับผลกระทบทางชีวภาพของรังสีต่อมนุษย์ หน่วยนี้เทียบเท่ากับปริมาณรังสีที่ได้รับเมื่อสัมผัสสนามรังสีขนาด 1 Roentgen ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง REM มีความสำคัญในงานความปลอดภัยทางรังสี การควบคุมการได้รับรังสีของบุคลากร และการออกแบบระบบป้องกันรังสีในโรงงานและสถานปฏิบัติการนิวเคลียร์


ROOT VALVE — รูทวาล์ว

Root Valve คือวาล์วตัวแรกที่ติดตั้งต่อจาก Process โดยตรง ก่อนเข้าสู่ระบบเครื่องมือวัดหรือ Instrumentation หน้าที่หลักของ Root Valve คือใช้แยกอุปกรณ์วัดออกจาก Process เพื่อการบำรุงรักษา การสอบเทียบ หรือการซ่อมแซม โดยไม่ต้องหยุดกระบวนการผลิต วาล์วประเภทนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบ Pressure, Flow และ Level Instrumentation


RUPTURE TOLERANCE OF A RUPTURE DISC — ค่าความคลาดเคลื่อนของแผ่นแตก

Rupture Tolerance คือช่วงค่าความคลาดเคลื่อนของความดันแตกของ Rupture Disc ที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าความดัน Burst Pressure ที่ระบุไว้ โดยเป็นช่วงที่คาดว่าแผ่นแตกจะเริ่มเปิดทำงาน ค่า Rupture Tolerance อาจแสดงในรูปช่วงความดันต่ำสุด–สูงสุด และในมาตรฐาน ISO มักเรียกว่า Performance Tolerance ค่านี้มีความสำคัญต่อการเลือกใช้งาน Rupture Disc ให้เหมาะสมกับความดันใช้งานจริงและความปลอดภัยของระบบ Process


SAFETY RELIEF VALVE — วาล์วนิรภัยระบายแรงดัน

Safety Relief Valve คืออุปกรณ์ระบายแรงดันอัตโนมัติที่ทำงานด้วยแรงดันจากด้านขาเข้าของวาล์ว และสามารถใช้งานได้ทั้งในลักษณะของ Safety Valve และ Relief Valve ภายในตัวเดียว กล่าวคือ สามารถตอบสนองได้ทั้งแบบเปิดเต็มทันทีสำหรับก๊าซหรือไอ และแบบเปิดตามระดับแรงดันสำหรับของเหลว วาล์วประเภทนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบ Process ที่มีทั้งของเหลวและก๊าซ เพื่อป้องกันความดันเกินและเพิ่มความปลอดภัยของอุปกรณ์และกระบวนการผลิต


SAFETY VALVE — วาล์วนิรภัย

Safety Valve คืออุปกรณ์ระบายแรงดันอัตโนมัติที่ทำงานจากแรงดันสถิตด้านขาเข้าของวาล์ว และมีลักษณะเด่นคือเปิดอย่างรวดเร็วแบบเต็มระยะหรือที่เรียกว่า Pop Action เมื่อความดันถึงค่าที่ตั้งไว้ วาล์วชนิดนี้เหมาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับไอน้ำ ก๊าซ หรือไอระเหย ซึ่งต้องการการระบายแรงดันอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงดันเกินในระบบ เช่น Boiler, Steam Drum และระบบก๊าซแรงดันสูง


SAND FILLING — การบรรจุทรายป้องกันการจุดระเบิด

Sand Filling คือวิธีป้องกันการจุดระเบิดโดยฝังแหล่งกำเนิดประกายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ภายในวัสดุเม็ดละเอียด เช่น ทราย วัสดุดังกล่าวจะช่วยแยกบรรยากาศอันตรายออกจากแหล่งกำเนิดประกายไฟ รวมถึงช่วยดับอาร์กไฟฟ้าและยับยั้งการลุกลามของเปลวไฟ วิธีนี้นิยมใช้กับอุปกรณ์กำลังไฟฟ้าสูงในบางประเทศยุโรป แต่โดยทั่วไปไม่ถูกใช้กับเครื่องมือวัดหรืออุปกรณ์ Instrumentation เนื่องจากข้อจำกัดด้านการบำรุงรักษาและโครงสร้างอุปกรณ์


SATURATION — ภาวะอิ่มตัวทางการนำไฟฟ้า

ในงาน RF และเครื่องมือวัดระดับ Saturation หมายถึงสภาวะที่กระแส RF ซึ่งไหลจากโพรบลงกราวด์ ถูกกำหนดโดยค่า Impedance ของฉนวนโพรบเพียงอย่างเดียว แม้ว่าค่าการนำไฟฟ้าของตัวกลางรอบโพรบจะเพิ่มสูงขึ้นมาก หรือแม้แต่สูงจนเกือบไม่มีที่สิ้นสุด ก็จะไม่ทำให้กระแสหรือสัญญาณเอาต์พุตของ Transmitter เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หลักการนี้มีความสำคัญในการออกแบบและใช้งาน RF Level Measurement ในของเหลวหรือวัสดุที่มี Conductivity สูง


SATURATION PRESSURE — ความดันอิ่มตัว

Saturation Pressure คือค่าความดันของของไหล ณ อุณหภูมิหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะระหว่างของเหลวและไอ เช่น การเดือดหรือการควบแน่น ที่อุณหภูมินั้นเรียกว่า Saturation Temperature ค่า Saturation Pressure เป็นข้อมูลสำคัญในงาน Thermodynamics ระบบ Boiler ระบบทำความเย็น และการออกแบบกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนสถานะของของไหล


SATURATED SOLUTION — สารละลายอิ่มตัว

Saturated Solution คือสารละลายที่มีปริมาณสารละลายอยู่ถึงขีดจำกัดสูงสุดที่สามารถละลายได้ภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันที่กำหนด หากเติมสารเพิ่มลงไปอีก สารนั้นจะไม่สามารถละลายได้เพิ่มเติมและอาจตกตะกอน หลักการนี้มีความสำคัญในกระบวนการเคมี การเตรียมสารละลาย และการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรม


SAYBOLT FUROL SECOND (SFS) — หน่วยเซย์โบลต์ฟูรอลวินาที

Saybolt Furol Second หรือ SFS เป็นหน่วยเวลาที่ใช้ในการวัดความหนืดของของไหล โดยอ้างอิงจาก Saybolt Viscometer ที่ใช้ Furol Capillary ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Universal Capillary หน่วยนี้เหมาะสำหรับวัดของเหลวที่มีความหนืดสูง เช่น น้ำมันหนัก เชื้อเพลิง หรือของเหลวในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม


SAYBOLT UNIVERSAL SECOND (SUS) — หน่วยเซย์โบลต์ยูนิเวอร์ซัลวินาที

Saybolt Universal Second หรือ SUS เป็นหน่วยเวลาที่ใช้วัดความหนืดของของเหลวจากเวลาที่ของเหลวไหลผ่านรูมาตรฐานของ Saybolt Viscometer หน่วยนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันและสารหล่อลื่น เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติการไหลของของเหลวชนิดต่างๆ


SAYBOLT VISCOMETER (UNIVERSAL, FUROL) — เครื่องวัดความหนืดแบบเซย์โบลต์

Saybolt Viscometer เป็นเครื่องมือวัดความหนืดที่ทำงานโดยวัดเวลาที่ของเหลวปริมาตรกำหนดไหลผ่านรูเปิดมาตรฐาน หน่วยที่ได้จะเป็นวินาที เช่น SUS หรือ SFS เครื่องมือชนิดนี้ถูกใช้ในการวิเคราะห์คุณสมบัติการไหลของน้ำมัน เชื้อเพลิง และสารหล่อลื่นในงานอุตสาหกรรมและห้องปฏิบัติการ


SEALING — การซีลป้องกันบรรยากาศอันตราย

Sealing คือวิธีการป้องกันการจุดระเบิดโดยปิดกั้นไม่ให้บรรยากาศอันตรายสัมผัสกับแหล่งกำเนิดประกายไฟ ผ่านการซีลอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท วิธีนี้มักใช้กับอุปกรณ์ย่อย เช่น Relay หรือสวิตช์ไฟฟ้า มากกว่าการใช้กับเครื่องมือวัดทั้งชุด เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างและการระบายความร้อน


SEAL-OFF PRESSURE — ความดันปิดสนิท

Seal-Off Pressure คือค่าความดันที่วัดได้บริเวณทางเข้าของวาล์ว หลังจากวาล์วปิดตัวลงแล้ว และไม่มีของเหลว ไอน้ำ หรือก๊าซรั่วผ่าน Seat ไปยังด้าน Downstream อีกต่อไป ค่า Seal-Off Pressure ใช้ในการประเมินความสามารถในการปิดสนิทของวาล์วและคุณภาพของ Seat ในระบบ Pressure Relief และระบบควบคุมแรงดัน


SEGMENT — เซกเมนต์ของเครือข่าย

Segment คือส่วนหนึ่งของเครือข่ายสื่อสารที่ถูกออกแบบและจบการเชื่อมต่อด้วยค่า Characteristic Impedance ที่เหมาะสม แต่ละ Segment สามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่าน Repeater เพื่อสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ ในระบบ Industrial Communication เช่น Ethernet หรือ Fieldbus การออกแบบ Segment ที่ถูกต้องมีความสำคัญต่อคุณภาพสัญญาณ ความเสถียรของระบบ และการลดปัญหาการสะท้อนของสัญญาณบนสายสื่อสาร


SERVICE — จุดแบ่งเขตระบบจ่ายไฟฟ้า

Service เป็นคำที่ใช้ในมาตรฐาน NFPA-70 หรือ NEC เพื่อกำหนดจุดแบ่งเขตความรับผิดชอบระหว่างระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าของผู้ใช้งาน หลังจากจุดนี้จะอยู่ภายใต้มาตรฐานของ IEEE (NESC) โดย Service จะรวมถึงสายตัวนำ อุปกรณ์ และระบบที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้าจากผู้ให้บริการเข้าสู่โรงงานหรืออาคาร ในงานอุตสาหกรรม การกำหนด Service Point อย่างชัดเจนมีความสำคัญต่อการออกแบบระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และการบำรุงรักษา


SET PRESSURE (OPENING PRESSURE) — ความดันตั้งเปิด

Set Pressure หรือ Opening Pressure คือค่าความดันที่ตั้งให้ Pressure Relief Valve (PRV) เริ่มเปิดทำงาน โดยเป็นค่าความดันที่วัดบริเวณทางเข้าของวาล์ว และเริ่มเกิดการยกตัวของ Disc อย่างวัดได้ หรือเริ่มมีการระบายของไหลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากการมองเห็น การสัมผัส หรือการได้ยิน สำหรับ Safety Valve แบบ Pop Action จะหมายถึงจุดที่วาล์วเริ่มเปิดอย่างรวดเร็วมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงแรงดันก่อนหน้า ทั้งนี้ หากวาล์วยังอยู่ในสภาวะ Simmering หรือมีเสียงรั่วเล็กน้อยก่อนเปิดเต็ม จะยังไม่ถือว่าวาล์วเปิดทำงานจริง ค่า Set Pressure เป็นค่าหลักที่ใช้ในการออกแบบและสอบเทียบระบบป้องกันแรงดันเกิน


SHEAR VISCOMETER — เครื่องวัดความหนืดแบบเฉือน

Shear Viscometer คือเครื่องมือวัดความหนืดที่ใช้วัดพฤติกรรมของของไหลแบบ Non-Newtonian ที่หลายค่า Shear Rate หรืออัตราการเฉือน จากนั้นจะนำค่าที่วัดได้มาเชื่อมเป็นกราฟและคาดการณ์ค่า Viscosity ที่จุด Zero Shear Rate หลักการนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการไหลของของเหลวที่ความหนืดเปลี่ยนแปลงตามแรงเฉือน เช่น สี Slurry โพลิเมอร์ หรือสารเคมีในกระบวนการอุตสาหกรรม


SIKES DEGREE — หน่วยไซกส์

Sikes Degree เป็นหน่วยของค่าความถ่วงจำเพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับแสดงหรือประเมินความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในสารละลาย หน่วยนี้มีบทบาทในการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


SIMMER (WARN) — สภาวะสั่นก่อนเปิดของวาล์ว

Simmer หรือ Warn คือสภาวะก่อนที่ Spring-Loaded Relief Valve จะเปิดเต็ม ซึ่งในช่วงนี้แรงที่ใช้ปิดวาล์วจากสปริงแทบไม่มีเหลือ หรืออาจอยู่ในสภาวะสมดุลติดลบเล็กน้อย เมื่อ Disc พยายามยกตัวขึ้น สปริงจะสร้างแรงกลับมาปิดวาล์วอีกครั้ง ทำให้เกิดการรั่วหรือเสียงดังเบาๆ ก่อนการเปิดจริง สภาวะ Simmer เป็นสัญญาณว่าวาล์วกำลังเข้าใกล้ค่า Set Pressure และอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของ Seat หากเกิดบ่อยครั้ง


SMART FIELD DEVICE — อุปกรณ์ภาคสนามอัจฉริยะ

Smart Field Device คืออุปกรณ์ภาคสนามประเภท Transmitter หรือ Actuator ที่มี Microprocessor ภายใน สามารถสื่อสารข้อมูลแบบสองทางกับระบบ Host ได้ อุปกรณ์จะทำการแปลงสัญญาณจากเซ็นเซอร์ให้อยู่ในรูปดิจิทัล และใช้การประมวลผลภายในเพื่อชดเชยหรือปรับปรุงค่ากระบวนการให้มีความแม่นยำมากขึ้น จุดเด่นของ Smart Field Device คือคุณภาพของข้อมูลที่ส่งออกมา รวมถึงความสามารถด้าน Diagnostic, Self-Calibration และ Remote Configuration ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Automation และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance)


SPECIFIC HUMIDITY — ความชื้นจำเพาะ

Specific Humidity คืออัตราส่วนระหว่างมวลของไอน้ำกับมวลของก๊าซแห้งภายในปริมาตรที่กำหนด ค่านี้ใช้บ่งบอกปริมาณความชื้นที่แท้จริงในอากาศหรือก๊าซ และนิยมใช้ในงาน HVAC ระบบอบแห้ง และการคำนวณทาง Thermodynamics เนื่องจากเป็นค่าที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิเหมือน Relative Humidity


SPECIFIC VISCOSITY — ความหนืดจำเพาะ

Specific Viscosity คืออัตราส่วนระหว่างค่าความหนืดสัมบูรณ์ของของไหลกับค่าความหนืดของของไหลมาตรฐาน ซึ่งโดยทั่วไปคือน้ำ โดยทั้งสองต้องอยู่ที่อุณหภูมิเดียวกัน ค่านี้ใช้สำหรับเปรียบเทียบคุณสมบัติการไหลของของเหลวในงาน Process Engineering และงานวิเคราะห์สารละลาย


SPECTRAL EMISSIVITY — ค่าการแผ่รังสีเชิงสเปกตรัม

Spectral Emissivity คืออัตราส่วนของค่าการแผ่รังสีของวัตถุ ณ ความยาวคลื่นเฉพาะ หรือในช่วงความยาวคลื่นแคบๆ เทียบกับ Blackbody ที่อุณหภูมิเดียวกัน เนื่องจากวัสดุหลายชนิดมีค่า Emissivity แตกต่างกันในแต่ละช่วงความยาวคลื่น ค่านี้จึงมีความสำคัญอย่างมากในระบบวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดและ Radiation Thermometry โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง


START-TO-LEAK PRESSURE — ความดันเริ่มรั่ว

Start-to-Leak Pressure คือค่าความดันที่วัดได้บริเวณทางเข้าของวาล์ว ซึ่งเป็นจุดที่เริ่มตรวจพบการรั่วของของเหลว ก๊าซ หรือไอน้ำผ่าน Seat ไปยังด้าน Downstream ก่อนที่วาล์วจะเข้าสู่สภาวะระบายจริงตามปกติ ค่า Start-to-Leak Pressure ใช้ในการประเมินสภาพของ Seat และคุณภาพการปิดผนึกของวาล์วในระบบ Pressure Relief และระบบควบคุมแรงดัน


STICTION — อาการฝืดและกระตุกของวาล์วควบคุม

Stiction เป็นคำที่มาจากการรวมกันของคำว่า “Sticking” และ “Friction” ใช้อธิบายอาการที่ Control Valve เคลื่อนที่ติดขัดในช่วงเริ่มต้นการขยับ เมื่อแรงควบคุมยังไม่มากพอ วาล์วจะค้างอยู่กับที่ แต่เมื่อแรงมากพอจะเกิดการหลุดและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดลักษณะ “ติดแล้วกระตุก” อาการนี้ส่งผลให้การควบคุม Process ไม่ราบรื่น เกิดการแกว่งของสัญญาณ และทำให้ระบบควบคุม PID ทำงานได้ไม่เสถียร Stiction มักเกิดจากแรงเสียดทาน การสึกหรอ หรือการหล่อลื่นที่ไม่เหมาะสมภายใน Actuator หรือ Valve Packing


STOKE — สโตกส์

Stoke เป็นหน่วยของค่าความหนืดจลน์ (Kinematic Viscosity) โดยมีหน่วยเป็นตารางเซนติเมตรต่อวินาที (cm²/sec) หน่วยนี้ใช้แสดงพฤติกรรมการไหลของของเหลวภายใต้ผลของแรงโน้มถ่วง ในงานอุตสาหกรรมมักใช้หน่วยย่อยคือ Centistoke (cSt) สำหรับวัดความหนืดของน้ำมัน เชื้อเพลิง และสารหล่อลื่น


STRESS — ความเค้น

Stress คือปริมาณแรงที่กระทำต่อพื้นที่หน้าตัดของวัสดุ โดยคำนวณจากสมการ Force/Area หรือ F/A ความเค้นเป็นพารามิเตอร์สำคัญในงานวิศวกรรมเครื่องกลและการออกแบบอุปกรณ์รับแรงดัน เพราะใช้วิเคราะห์ว่าวัสดุสามารถรับแรงได้มากเพียงใดก่อนเกิดการเสียรูปหรือแตกหัก หน่วยที่ใช้ทั่วไปคือ Pascal (Pa) หรือ N/m²


SUBCHANNEL — ซับแชนเนล

Subchannel คือการแบ่งช่องสื่อสารย่อยภายในระบบ Broadband โดยใช้ความถี่เป็นตัวแบ่ง เพื่อให้สามารถสร้างช่องทางสื่อสารหลายช่องภายในสื่อกลางเดียวได้ หลักการนี้ช่วยให้ระบบสามารถส่งข้อมูลหลายประเภทพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบสื่อสาร โทรคมนาคม และเครือข่ายข้อมูล


SUPERIMPOSED BACKPRESSURE — แรงดันย้อนกลับที่มีอยู่ก่อนวาล์วเปิด

Superimposed Backpressure คือแรงดันย้อนกลับที่มีอยู่ในระบบท่อระบายก่อนที่ Pressure Relief Valve จะเริ่มเปิดทำงาน ค่าแรงดันนี้อาจเป็นแบบคงที่หรือเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะการทำงานของ PRV ตัวอื่นในระบบ ค่า Superimposed Backpressure มีผลต่อค่า Set Pressure, Capacity และพฤติกรรมการทำงานของวาล์วนิรภัย ดังนั้นจึงต้องนำมาพิจารณาในการเลือกชนิดและออกแบบ Relief System


SWITCHED HUB — สวิตช์ฮับ

Switched Hub คืออุปกรณ์เครือข่ายที่ทำงานลักษณะคล้าย Multiport Bridge โดยใช้เชื่อมต่อหลายเครือข่ายหรือหลาย Segment เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ขึ้น แตกต่างจาก Shared Hub ตรงที่สามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางเฉพาะได้ ทำให้ลดการชนกันของข้อมูล (Collision) และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสื่อสาร ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้เป็นพื้นฐานของ Ethernet Switch ที่ใช้ในระบบ Industrial Network


TEFLON®, TFE, FEP และ PFA — กลุ่มวัสดุฟลูออโรคาร์บอน

หลายคนมักใช้คำว่า “Teflon” แทนวัสดุ TFE โดยทั่วไป ซึ่งในความเป็นจริงไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่เข้าใจได้ เนื่องจาก TFE เป็นฟลูออโรคาร์บอนชนิดแรกที่บริษัท DuPont ใช้ชื่อทางการค้าว่า “Teflon” ต่อมาบริษัทเดียวกันได้นำชื่อ Teflon ไปใช้กับวัสดุกลุ่ม Fluorocarbon อื่นๆ เช่น FEP และ PFA ด้วย ปัจจุบันมีผู้ผลิตรายอื่นผลิตวัสดุประเภท TFE, FEP และ PFA เช่นกัน แต่ไม่สามารถใช้ชื่อ Teflon ได้ เพราะเป็นชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์จาก DuPont เท่านั้น วัสดุกลุ่มนี้มีคุณสมบัติเด่นด้านความเฉื่อยทางเคมีและทนต่ออุณหภูมิสูง จึงนิยมใช้ในงาน Instrumentation และ Process Industry


THERMOPILE — เทอร์โมไพล์

Thermopile คืออุปกรณ์ตรวจวัดรังสีความร้อนที่ทำงานโดยดูดซับพลังงานความร้อนจนมีอุณหภูมิสูงกว่าสภาพแวดล้อม โครงสร้างภายในประกอบด้วย Thermocouple จำนวนหลายตัวต่ออนุกรมกัน โดยจัดเรียงคล้ายซี่ล้อจักรยาน มีจุดต่อร้อนอยู่ตรงกลางและจุดต่อเย็นอยู่รอบนอก แรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างจุดร้อนและจุดเย็น Thermopile ถูกใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดและระบบตรวจจับรังสีความร้อน


TRALLES DEGREE — หน่วยทราลเลส

Tralles Degree เป็นหน่วยของค่าความถ่วงจำเพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับใช้แสดงความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในสารละลาย หน่วยนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


THROUGHPUT — อัตราการส่งข้อมูลสูงสุด

Throughput คือจำนวนธุรกรรมหรือข้อมูลสูงสุดที่ระบบสามารถรับส่งได้ต่อวินาที ค่า Throughput ใช้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของระบบสื่อสาร เครือข่าย หรือระบบควบคุมอัตโนมัติ หากระบบมี Throughput สูง จะสามารถรองรับข้อมูลจำนวนมากได้โดยไม่เกิดความล่าช้า ในงาน Industrial Communication ค่า Throughput มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของ SCADA, PLC Network และระบบควบคุมแบบ Real-Time


TIME DOMAIN REFLECTOMETER (TDR) — เครื่องวัดการสะท้อนในโดเมนเวลา

Time Domain Reflectometer หรือ TDR คือเครื่องมือที่ใช้วัดคุณสมบัติทางไฟฟ้าของสายส่งสัญญาณ ระบบส่งข้อมูล หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยส่งสัญญาณแรงดันแบบ Step เข้าไปในระบบ แล้วตรวจจับสัญญาณสะท้อนกลับที่เกิดจากจุดเปลี่ยนแปลงของ Impedance สัญญาณสะท้อนเหล่านี้จะแสดงบน Oscilloscope เพื่อใช้วิเคราะห์ตำแหน่งและลักษณะของปัญหา เช่น จุดเสีย การต่อสายผิด หรือการเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติสายส่ง หลักการ TDR ยังถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยี Guided Wave Radar สำหรับการวัดระดับในงานอุตสาหกรรม


TIMEOUT — การหมดเวลาการสื่อสาร

Timeout คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่ออุปกรณ์หนึ่งในเครือข่ายคาดว่าจะได้รับข้อมูลตอบกลับจากอีกอุปกรณ์หนึ่งภายในเวลาที่กำหนด แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เมื่อเกิด Timeout ระบบมักจะทำการส่งข้อมูลซ้ำ (Retransmission) หรือยุติการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทั้งสอง ค่า Timeout มีความสำคัญต่อความเสถียรและความน่าเชื่อถือของระบบสื่อสารและ Industrial Network เพราะช่วยป้องกันการค้างของระบบและจัดการปัญหาการสื่อสารผิดพลาดอย่างมีประสิทธิภาพ


TOPOLOGY — โทโพโลยี

Topology มีความหมายได้สองลักษณะตามบริบทของงานอุตสาหกรรมและวิศวกรรม

ในด้านเครือข่ายสื่อสาร Topology หมายถึงรูปแบบการจัดวางทางกายภาพหรือโครงสร้างการเชื่อมต่อของอุปกรณ์และสื่อสัญญาณภายในระบบเครือข่าย เช่น Bus Topology, Star Topology หรือ Ring Topology ซึ่งรูปแบบการจัดวางเหล่านี้มีผลต่อประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการบำรุงรักษาระบบสื่อสารในโรงงานอุตสาหกรรม

ในด้านวัสดุศาสตร์ Topology หมายถึงลักษณะพื้นผิวหรือรูปร่างภายนอกของวัสดุ เช่น ความหยาบ ความเรียบ หรือ Texture ของพื้นผิว ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับคุณสมบัติของวัสดุ เช่น ความแข็ง การสะท้อนแสง หรือการสึกหรอ


TOTAL EMISSIVITY — ค่าการแผ่รังสีรวม

Total Emissivity คืออัตราส่วนระหว่างพลังงานรังสีทั้งหมดที่วัตถุแผ่ออกมาในทุกช่วงความยาวคลื่น เทียบกับพลังงานรังสีของ Blackbody ที่อุณหภูมิเดียวกัน ค่านี้ใช้ในการวิเคราะห์การแผ่รังสีความร้อนของวัสดุจริง ซึ่งมักมีค่า Emissivity ต่ำกว่า 1 เสมอ Total Emissivity มีความสำคัญต่อระบบวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด การคำนวณการถ่ายเทความร้อน และการออกแบบระบบความร้อนในงานอุตสาหกรรม


TRANSISTOR — ทรานซิสเตอร์

Transistor คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสารกึ่งตัวนำชนิดสามขั้ว ซึ่งผลิตจากวัสดุ เช่น Silicon, Gallium Arsenide หรือ Germanium ทำหน้าที่หลักในการขยายสัญญาณ (Amplification) และการสวิตชิ่ง (Switching) ภายในวงจรไฟฟ้า ทรานซิสเตอร์เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น PLC, Computer, Transmitter และวงจรควบคุมต่างๆ ในงาน Instrumentation และ Automation


TRANSMITTANCE OR TRANSMISSIVITY (T) — ค่าการส่งผ่านรังสี

Transmittance หรือ Transmissivity คือเปอร์เซ็นต์ของพลังงานรังสีทั้งหมดที่ตกกระทบบนวัตถุ แล้วสามารถผ่านทะลุวัตถุนั้นไปได้โดยไม่ถูกดูดซับ ค่า Transmittance ของ Blackbody จะเท่ากับศูนย์ เนื่องจากดูดซับพลังงานทั้งหมด ขณะที่วัสดุอย่างกระจกในช่วงแสงที่มองเห็นได้จะมีค่าใกล้ 100% ความสัมพันธ์ของค่าการส่งผ่านสามารถเขียนได้เป็น T = 1 − A − R โดยที่ A คือ Absorbance และ R คือ Reflectance หลักการนี้มีความสำคัญในงาน Optical Measurement ระบบอินฟราเรด และการวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุ


TWADDELL DEGREE — หน่วยทวัดเดลล์

Twaddell Degree เป็นหน่วยของค่าความถ่วงจำเพาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำตาล ฟอกหนัง และอุตสาหกรรมกรด หน่วยนี้ใช้สำหรับประเมินความเข้มข้นหรือคุณสมบัติของของเหลวในกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ


TWO-COLOR PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบสองสี

Two-Color Pyrometer คือเครื่องวัดอุณหภูมิแบบ Radiation ที่คำนวณอุณหภูมิจากอัตราส่วนของพลังงานรังสีที่วัดได้ในสองช่วงความยาวคลื่นแคบๆ หลักการนี้ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ Emissivity ฝุ่น ควัน หรือสิ่งสกปรกบนพื้นผิววัตถุ ทำให้การวัดอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมมีความแม่นยำมากขึ้น อุปกรณ์ชนิดนี้เรียกอีกชื่อว่า Ratio Pyrometer


UPPER EXPLOSIVE LIMIT (UEL) — ขีดจำกัดการระเบิดสูงสุด

Upper Explosive Limit หรือ UEL คือค่าความเข้มข้นสูงสุดของก๊าซหรือไอระเหยไวไฟในอากาศ ที่ยังสามารถลุกไหม้ต่อเนื่องได้หลังจากจุดติดไฟ หากความเข้มข้นสูงกว่าค่า UEL ส่วนผสมจะ “เข้มเกินไป” จนมีออกซิเจนไม่เพียงพอสำหรับการเผาไหม้ ค่า UEL และ LEL ถูกใช้ร่วมกันเพื่อกำหนดช่วงการติดไฟของสารไวไฟ และเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบระบบความปลอดภัยและระบบตรวจจับก๊าซในโรงงานอุตสาหกรรม


VARACTOR — วาแรกเตอร์

Varactor คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าแบบปรับค่าได้ด้วยแรงดันไฟฟ้า (Voltage-Sensitive Capacitor) เมื่อแรงดันที่จ่ายให้เปลี่ยนแปลง ค่าความจุไฟฟ้าของอุปกรณ์ก็จะเปลี่ยนตาม Varactor ถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงจร RF วงจรจูนความถี่ และระบบสื่อสาร เพื่อควบคุมหรือปรับความถี่ของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์


VARIABLE BACKPRESSURE — แรงดันย้อนกลับแบบแปรผัน

Variable Backpressure คือแรงดันย้อนกลับที่มีค่าเปลี่ยนแปลงตามสภาวะการทำงานของระบบหรือการทำงานของ Pressure Relief Valve ตัวอื่นในระบบ แรงดันชนิดนี้อาจส่งผลต่อค่า Set Pressure, Capacity และเสถียรภาพของการทำงานของ PRV หากมีการเปลี่ยนแปลงมาก อาจทำให้วาล์วทำงานผิดปกติหรือเกิดปัญหา Chatter และ Flutter ได้ ดังนั้นการวิเคราะห์ Variable Backpressure จึงเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบระบบระบายแรงดันและ Header System ในงาน Process Safety


VELOCITY GRADIENT (SHEAR) — ความชันความเร็วหรืออัตราเฉือน

Velocity Gradient หรือ Shear คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของความเร็วของของเหลวระหว่างชั้นการไหลภายในกระแสของไหล กล่าวคือ เป็นค่าที่บ่งบอกว่าความเร็วของของไหลเปลี่ยนไปมากเพียงใดเมื่อระยะห่างเปลี่ยนไป หากเป็นการไหลแบบเชิงเส้นจะใช้ความสัมพันธ์ V/L แต่ถ้าเป็นการไหลแบบไม่เชิงเส้นจะใช้ dV/dL หน่วยของ Velocity Gradient คือวินาที⁻¹ (sec⁻¹) ค่านี้มีความสำคัญในงาน Fluid Mechanics และ Rheology เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับแรงเฉือน (Shear Stress) และพฤติกรรมการไหลของของเหลว โดยเฉพาะของไหลแบบ Non-Newtonian


VELOCITY HEAD — เฮดจากความเร็ว

Velocity Head คือพลังงานของของไหลที่เกิดจากความเร็วในการไหล โดยคำนวณจากสมการ v²/2g เมื่อ v คือความเร็วของของไหล และ g คือความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ค่า Velocity Head เป็นส่วนหนึ่งของสมการพลังงานของเบอร์นูลลี (Bernoulli Equation) และมีความสำคัญในการวิเคราะห์ระบบท่อ ปั๊ม และการสูญเสียพลังงานของของไหลในระบบ Process Engineering


WAVEGUIDE — เวฟไกด์

Waveguide คืออุปกรณ์หรือโครงสร้างที่ใช้ควบคุมหรือกำหนดทิศทางการเดินทางของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ต้องการ โดยอาศัยลักษณะทางกายภาพของโครงสร้าง เช่น ท่อโลหะ คู่สายขนาน หรือสาย Coaxial Cable Waveguide ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระบบ RF, Microwave, Radar และระบบสื่อสารความถี่สูง รวมถึงงานวัดระดับแบบ Radar ในอุตสาหกรรม


WIDEBAND (TOTAL) PYROMETER — ไพโรมิเตอร์แบบย่านกว้าง

Wideband หรือ Total Pyrometer คือเครื่องวัดอุณหภูมิแบบรังสีที่ตรวจวัดพลังงานรังสีรวมจากวัสดุในช่วงความยาวคลื่นที่กว้าง แทนที่จะเลือกเฉพาะช่วงแคบเหมือน Narrowband Pyrometer การวัดแบบนี้ช่วยให้สามารถวัดอุณหภูมิของวัตถุได้จากพลังงานรังสีรวมทั้งหมดที่ปล่อยออกมา เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสในช่วงอุณหภูมิสูง


WOBBE INDEX — ดัชนีวอบเบ

Wobbe Index คือค่าที่ใช้ประเมินคุณสมบัติด้านพลังงานของก๊าซเชื้อเพลิง โดยสมาคม AGA 4A กำหนดให้คำนวณจากค่าความร้อนของก๊าซ (Calorific Value หรือ BTU ต่อ Standard Cubic Foot) หารด้วยรากที่สองของค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) ของก๊าซ

สมการของ Wobbe Index คือ

WI = \frac{CV}{\sqrt{SG}}

โดยที่

  • WI = Wobbe Index
  • CV = Calorific Value หรือค่าความร้อนของก๊าซ
  • SG = Specific Gravity หรือค่าความถ่วงจำเพาะของก๊าซ

ค่า Wobbe Index มีความสำคัญในระบบเผาไหม้และอุตสาหกรรมก๊าซเชื้อเพลิง เพราะใช้เปรียบเทียบว่าก๊าซต่างชนิดสามารถให้พลังงานผ่านหัวเผาเดียวกันได้ใกล้เคียงกันหรือไม่ หากค่า Wobbe Index ของก๊าซสองชนิดใกล้เคียงกัน จะสามารถใช้งานแทนกันได้โดยที่อัตราการให้พลังงานของหัวเผาแทบไม่เปลี่ยนแปลง

Scroll to Top